“5 เสือกองสลากฯ”...ตำนานเสือนอนกินที่ผูกติดกับสังคมไทยมาเนิ่นนานนับทศวรรษ ไม่ว่าจะสลับสับเปลี่ยนรัฐบาลไปกี่ยุคกี่สมัย ผลัดเปลี่ยนผู้นำไปกี่สิบมือกี่สิบเก้าอี้ ก็ไม่สามารถขจัดมาเฟียกองสลากฯ ให้สิ้นซากดับสูญลงไปได้ แต่ 1 ธันวาคม 2558 ที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ เหล่า คสช. ทหารกล้าประกาศกร้าว ปิดตำนาน 5 เสือกองสลาก สยบปัญหาสลากราคาแพง คืนความสุขให้คอหวย...
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ไล่เรียงถึงที่มาที่ไปของตำนาน 5 เสือกองสลากฯ ผู้สร้างปัญหากลัดหนองของผองไทยมาช้านาน ทว่า 5 เสือที่ว่านี้มีใครบ้าง? เขาเหล่านี้เป็นใคร? มาจากไหน? วันนี้เราได้รู้กัน!
พลิกปูมรายชื่อ 5 เสือ (ว่าที่) ตำนานมาเฟียกองสลากฯ
ภายหลังจาก ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ มีมติเห็นชอบไม่ต่ออายุสัญญารับสลากฯ ไปจำหน่าย (โควตาสลากฯ) กับนิติบุคคลทั้งหมด รวมทั้งองค์กร หรือมูลนิธิต่างๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้พิการ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,495 แห่ง รวมทั้งสิ้น 15.8 ล้านฉบับ หรือคิดเป็น 7.9 ล้านคู่ โดยให้มีผลตั้งแต่งวดวันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป เริ่มต้นศักราชราคาสลากฯ 80 พร้อมล้างบางเจ้าพ่อ เจ้าแม่คุมโควตาหวย
ภายหลังจาก ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ มีมติเห็นชอบไม่ต่ออายุสัญญารับสลากฯ ไปจำหน่าย (โควตาสลากฯ) กับนิติบุคคลทั้งหมด รวมทั้งองค์กร หรือมูลนิธิต่างๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้พิการ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,495 แห่ง รวมทั้งสิ้น 15.8 ล้านฉบับ หรือคิดเป็น 7.9 ล้านคู่ โดยให้มีผลตั้งแต่งวดวันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป เริ่มต้นศักราชราคาสลากฯ 80 พร้อมล้างบางเจ้าพ่อ เจ้าแม่คุมโควตาหวย
รศ.ดร.สังศิต พิริยะสังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงตำนาน 5 เสือให้ทีมข่าวฟังว่า ระบบธุรกิจของสำนักงานสลากฯ ที่ผ่านมา จะขายสลากให้กับผู้ค้ารายใหญ่ (ยี่ปั๊ว) หรือที่ใครหลายๆ คนขนานนามว่า 5 เสือ แต่อันที่จริงแล้ว มีเพียง 3 เสือเท่านั้น โดยสาเหตุที่เรียกว่า 5 เสือ ทั้งๆ ที่มีเพียง 3 เสือนั้น มาจากในอดีต มี 5 บริษัท แต่ 5 บริษัทที่ว่านั้น เป็นของ 2 คน คือ เจ๊แดงกับเจ๊สะเรียง และต่อมาได้มี ผู้กองตุ๋ย ฉายา ขาใหญ่สี่แยกคอกวัว เข้ามาในวงการ ซึ่งผู้กองตุ๋ยเอง ก็เป็นญาติกับเจ๊แดง
“เสือที่ 1 คือ น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงษ์ หรือ เจ๊สะเรียง เจ้าของ บริษัท หยาดน้ำเพชร และ บริษัท บีบี เมอร์ชานท์ จำกัด ได้รับการจัดสรรโควตาสลาก 1.6 ล้านฉบับต่องวด และถ้านำรายชื่อกรรมการบริษัทสลากมหาลาภมาตรวจสอบ พบว่า กรรมการบริษัทสลากมหาลาภ 4 คน ได้รับโควตาสลากดังนี้ เจ๊สะเรียง ได้รับการจัดสรรโควตาโดยตรงจากสำนักงานสลากฯ 33,500 ฉบับต่องวด, น.ส.เซียมเต็ง แซ่เตีย ได้โควตาสลาก 21,500 ฉบับต่องวด, นางอุษา อัศววุฒิพงษ์ ได้โควตาสลาก 10,000 ฉบับต่องวด และ น.ส.สุภาพร อัศววุฒิพงษ์ ได้โควตาสลาก 10,000 ฉบับต่องวด” รศ.ดร.สังศิต กล่าว
“เสือที่ 2 คือ นางปลื้มจิตต์ กนิษฐสุต หรือ เจ๊แดง เจ้าของ บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด, บริษัท ปลื้มวัธนา และบริษัท ไดมอนด์ ล็อตโต้ จำกัด ได้โควตาโดยตรงจากสำนักงานสลากฯ 1.6 ล้านฉบับต่องวด นอกจากนี้ตัวเจ๊แดงเองยังได้รับการจัดสรรโควตาโดยตรงจากสำนักงานสลากฯ อีก 6,000 ฉบับต่องวด” รศ.ดร.สังศิต กล่าว
“และเสือที่ 3 คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขวัญฤดี ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ “ผู้กองตุ๋ย” ได้รับการจัดสรรโควตาโดยตรงจากสำนักงานสลากอีก 1.6 ล้านฉบับ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ เจ๊แดง ปลื้มจิตต์ และ ขวัญฤดี กนิษฐ์สุต ลูกสาวบุญธรรมของเจ๊แดง เป็นผู้ถือหุ้น และมีหน้าที่ดูแลห้างหุ้นส่วนจำกัด ขวัญฤดี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจ๊แดง เพราะฉะนั้น ในส่วนของเจ๊แดง และ ผู้กองตุ๋ย รวมกันแล้ว มีโควตาที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงานสลากฯ โดยตรง 3.21 ล้านฉบับ แต่ส่วนใหญ่ก็มีเพียง 3 รายใหญ่เท่านั้นที่ทำธุรกิจผูกขาด และอีกเสือคือ สำนักงานสลากฯ ซึ่งก็มีโควตาเยอะมาก แต่ก็เป็นของนักการเมือง” รศ.ดร.สังศิต กล่าว
คอนเน็กชั่นสีเทาวงการสลาก! โควตา 5 เสือ ได้มาอย่างไร?
โดยธุรกิจเหล่านี้ เป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด ซึ่งครองอันดับหนึ่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้น จึงทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ค้าสลากฯ ต้องไปซื้อสลากต่อจากกลุ่มยี่ปั๊ว หรือ 5 เสือกองสลากฯ นั่นเอง
โดยธุรกิจเหล่านี้ เป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด ซึ่งครองอันดับหนึ่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้น จึงทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ค้าสลากฯ ต้องไปซื้อสลากต่อจากกลุ่มยี่ปั๊ว หรือ 5 เสือกองสลากฯ นั่นเอง
รศ.ดร.สังศิต กล่าวถึงที่มาของโควตา 5 เสือว่า กว่าที่ 5 เสือจะได้โควตามานั้น ต้องผ่านกระบวนการสีเทา นั่นก็คือ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บุคคลเหล่านี้ต้องไปจ่ายเงินให้กับนักการเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งโควตาสลาก เพราะฉะนั้น ผู้รับภาระสลากฯ ราคาสูงเกินจริง จึงตกอยู่ที่ผู้ซื้อ หรือคอหวยรากหญ้า
“โดยที่ผ่านมายังไม่มีรัฐบาลไหนแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้เลย ซึ่งเหล่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งก็จะมาเก็บเงินจาก 5 เสือ โดยมีการต่อโควตาให้ปีต่อปี” รศ.ดร.สังศิต กล่าว
รศ.ดร.สังศิต กล่าวถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า รัฐบาลประยุทธ์ ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีความกล้าหาญอย่างยิ่ง เพราะได้ลั่นประกาศิตไว้ว่า “รัฐบาลชุดนี้ที่ไม่ให้ขายสลากเกินฉบับละ 80 บาท” รวมทั้ง ยังเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่า แม้มีอำนาจในมือ รัฐบาลชุดนี้กลับไม่หวังเงินทองและผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน ไม่ได้ยกเลิกเฉพาะโควตา 5 เสือ แต่รวมถึงสมาคมที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม เช่น มูลนิธิของสำนักงานสลากฯ สมาคมของอดีตนักการเมืองต่างๆ ที่สักแต่จะรอเอาโควตา ก็ถูกยกเลิกทั้งหมด ยกเว้นมูลนิธิเพื่อคนพิการที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคม และที่สำคัญคือ เมื่อยกเลิกแล้วก็ไม่ได้ให้โควตาแก่กลุ่มทุนใหม่ แต่ยกเลิกเพื่อเอาไปให้ผู้ค้ารายย่อย เพื่อนำไปประกอบสัมมาอาชีพ
ปิดตำนาน 5 เสือ ยั่งยืน ระยะยาวหรือไม่?
พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า มติไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการที่ครบกำหนดภายในสิ้นปี 2558 นั้น นับว่า การตัดสินใจของบอร์ดสลากฯ วันนี้ ถือเป็นการปิดตำนาน 5 เสืออย่างถาวร โดยนำโควตาสลากของผู้ค้าสลากรายใหญ่มากระจายให้ผู้ค้าสลากรายย่อยเพิ่มขึ้น
พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า มติไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการที่ครบกำหนดภายในสิ้นปี 2558 นั้น นับว่า การตัดสินใจของบอร์ดสลากฯ วันนี้ ถือเป็นการปิดตำนาน 5 เสืออย่างถาวร โดยนำโควตาสลากของผู้ค้าสลากรายใหญ่มากระจายให้ผู้ค้าสลากรายย่อยเพิ่มขึ้น
“จากการที่บอร์ดสลากไม่ต่อสัญญาฯ ให้มูลนิธิสำนักงานสลากฯ จะส่งผลทำให้พนักงานสลากไม่ได้รับเงินพิเศษเดือนละ 9,000 บาท จากมูลนิธิสำนักงานสลากฯ อีกต่อไป ตรงประเด็นนี้ผมได้หารือกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีว่าจะปรับเงินเดือน, โบนัส และสวัสดิการอื่นให้หนักงานสลากฯ เพื่อทดแทนรายได้ที่ขาดหายไป” พล.ท.อภิรัชต์ แสดงความเป็นห่วงพนักงานสลากฯ
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกล่าวว่า การไม่ต่ออายุสัญญาโควตาสลากแก่บริษัทนิติบุคคลไม่ถือเป็นการทำผิดสัญญา เพราะอายุสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว ทำให้โควตาทั้งหมดกลับคืนสู่สำนักงานสลากฯ
ทั้งนี้ มติบอร์ดฯ มีความต้องการที่จะขายสลากเอง ก็สามารถทำได้ โดยในเร็วๆ นี้ สำนักงานสลากจะประกาศรายชื่อบุคคล องค์กรการกุศล ลงในเว็บไซต์ของสำนักงานสลากฯ หากไม่ปรากฏรายชื่อในเว็บไซต์ก็หมายความว่า ไม่ได้รับการต่ออายุสัญญา
“ริบโควตาหวย” จากเหล่านิติบุคคล เอเย่นต์ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว กลับคืนสู่ผู้ค้ารายย่อย ตัดวงจรอุบาทว์คุมราคาสลากไม่เกิน 80 บาท จะสัมฤทธิผลหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องจับตา และเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ คสช. ต่อไป!