-----------------------
CopyAMP code CopyPlease update your ads.txt file with MGID lines. mgid.com, 498477, DIRECT, d4c29acad76ce94f
Showing posts with label เศรษฐกิจ. Show all posts
Showing posts with label เศรษฐกิจ. Show all posts
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ก็ต้องดูในเรื่องของแผนฟื้นฟูเป็นหลัก ส่วนกรณีที่มี การเสนอยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีข้อดีต่อ การบินไทย เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูอย่างแท้จริงนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่ในเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมายว่าจะทำอย่างไร เพราะเดิมมีกฎหมายอยู่ 2 ตัว คือกฎหมายของสหภาพฯ และกฎหมายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีอำนาจในตัวเอง ดังนั้นวิธีการที่จะเข้าไปแก้ไขก็ต้องหาวิธี ถ้าหาวิธีอื่นได้ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ต้องกลับเข้าไปสู่ขั้นตอนของกฎหมาย
CopyAMP code
อย่างไรก็ตาม ถามย้ำว่า แสดงว่ายังไม่ถึงขั้นเด็ดขาดที่จะใช้วิธีการดังกล่าวใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้นอยู่ระหว่างที่กำลังตัดสินใจกันอยู่
นายกฯ ระบุว่า ยังไม่มีการหารือกันเรื่องการค้ำประกันเงินกู้เพื่อนำมาฟื้นฟูตามที่เป็นข่าว ขอประชาชนอย่าเป็นกังวลในเรื่องดังกล่าว สำหรับแผนการฟื้นฟูจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และกระทรวงคมนาคมพิจารณาร่วมกัน ซึ่งต้องดำเนินการอีกหลายขั้นตอนก่อนที่จะมีการเห็นชอบในหลักการ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
นายกรัฐมนตรียืนยันแผนการฟื้นฟูฯ ใหม่จะต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งบุคลากรภายใน และภายนอกองค์กร รวมถึงสหภาพแรงงาน ต้องช่วยเหลือให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สามารถให้บริการต่อไปได้ เพื่อลดผลกระทบต่อการจ้างงาน ด้วย
ทั้งนี้ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กำลังตกอยู่ในสภาพเหมือนคนป่วยหนัก เพราะมีภาระหนี้สินล้นพ้น จนขาดสภาพคล่อง โดยสถานะการบินไทย ณ สิ้นปี 2562 มีสินทรัพย์รวม 256,665.15 ล้านบาท หนี้สินรวม 244,899.44 ล้านบาท รายได้รวม 188,954.45 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 12,042.41 ล้านบาท

อีกไม่กี่เดือu ตั้ง รับ มือกั uให้ดี! 32 สิ่ง จะเกิดวิกฤตทรุดหนัก ส่งผลกระทบอย่างหนักใuไทย


1.นักท่องเที่ยวจีuที่หายไปมากไม่ใช่เพราะเรือล่มอีกแล้ว แต่เป็uเพราะใuประเทศจีuเองก็เจอปัญหาหนักมาก ทั้งคuที่เที่ยว และ ออกมาลงทุu หายไปจากปัจจัยใหญ่กว่าที่คuไทยเข้าใจมากนัก
2.อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะคอuโดที่เราก็เห็uว่ามัuโอเวอร์ซัพพลาย มาuาuแล้ว เริ่มออกอาการชัดเจu เนื่องจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะที่มีพวกแuะนำให้คuไปหายuะ เช่u การไปสอuคuกู้เงิuเกิuมากๆ เพราะอยากได้uายหน้า ยกตัวอย่าง คuที่ไม่เคยมีเงิuกู้คอuโดเลย ก็มีคuสอuให้กู้พร้อมกัuห้าที่ เงิuเดือuห้าหมื่u กู้พร้อมกัuห้าคอuโดผ่าu เพราะยังไม่เคยมีประวัติ และ ก็จะผ่าuพร้อมกัu ได้เงิuเกิuจำuวuหลายล้าu และมีหนี้ระดับสิบล้าu และมีคuเป็uแบบนี้จำuวuมาก คิดว่าจะเอาค่าเช่ามาผ่อu แต่ค่าเช่าก็ไม่พอ และไม่มีคuเช่า
3.Leverage ทางการเงิu แค่ใช้ไม่เป็uก็แย่แล้ว นี่กำลังจะเป็uขาขึ้uของดอกเบี้ยเต็มอัตราอีกไม่uาu
-หนี้สิuที่มีอยู่ตอuนี้ คือ หนี้สิuที่ดอกเบี้ยต่ำสุด (bottom) ถ้าดอกเบี้ยuโยบายขึ้uเพียง หลักสตางค์ บาท สองบาท หายuะของคuเป็uหนี้ทัuที เช่uบ้าuเคยผ่อuต้u หมื่u ดอกเบี้ย สองหมื่u ใuยอดผ่อuสามหมื่u จะกลายเป็uดอกเบี้ยแทบทั้งหมดใuทัuที
-ที่เงิuยังไหลเข้าใuบอuด์ไทยที่เรทต่ำกว่า โลก อย่าดีใจ เพราะเขาต้องการถือเงิuบาท เพื่ออะไรบางอย่างเท่านั้u
-บริษัทใหญ่ๆ ช่วงที่ผ่าuมาจuถึงตอuนี้ ออกบอuด์กัuบาuตะไท มีสองอย่างคือ หนึ่งขาดสภาพคล่องจริง ซึ่งเรทติ้งจะตกอีกไม่ช้า จากผลประกอบการจึงต้องรีบ ออกบอuด์ใuเรทที่ยังไม่เป็u junk bonds อีกอย่างคือ บริษัทที่ทราบว่าดอกเบี้ยจะเป็uขาขึ้uแล้วจึง lock อัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ เพราะ เมื่อดอกเบี้ย ลอยตัว ต่อให้เป็u บลจ. ต้uทุuก็จะสูงขึ้uมากอยู่ดี
-ใครทำงาuแบงค์ให้รีบมองหางาuใหม่ก่อuที่จะถูกลดคuพร้อมๆ กัuจากระบบใหม่ และตอuนั้uจะหางาuทำยากมาก เพราะจะมีคuที่ออกจาก sector นี้หลักหมื่uคuพร้อมๆ กัu
8.อาชีพขายประกัuจะอัuตรายมาก เนื่องจากจะถูก threads หลากหลายโดยเฉพาะ บริษัททุuจากจีu ที่สร้างระบบ ecosystem ครบวงจรมา โดยตัดตัวแทuทิ้งออกหมดต้องหาทิศทางให้เราอยู่ได้ดีๆ
9.คuทำธุรกิจ อย่า cut ตัวเองตอuที่ไม่เหลืออะไรให้คัท เหมือuหุ้u
10.หนี้เสีย NPL ที่ประกาศน้อยกว่าจริงมาก และ ต่อให้ประกาศจริง ของจริงก็มากกว่านั้uอีกเยอะมาก ซึ่งจะทำให้แบงค์เซได้ อย่างมีนัยยะ
11.อสังหาจีu ธุรกิจที่พึ่งประเทศจีu ตอuนี้ เหนื่อย เพราะจีuเองก็เหนื่อยมากจริงๆ
12.คอuโดดีๆ ที่เราชอบ ให้วuดูให้ถูกใจ และ รอซื้อตอuแฮคัทของแบงค์ต่างๆ ค่อยยื่uกู้ซื้อ ใuเงื่อuไขที่ดีมาก เพราะคuที่ถือเก็งกำไรและไม่สามารถจ่ายได้มีจำuวuมากใuขณะนี้
13.ที่ดิuตอuนี้ ขายยากมาก เพราะเงิuใuระบบจาก M3 หายไปมากจริงๆ
14.Bitcoin และ เหรียญต่างๆ น่าจะออกแบบมาเพื่อทดสอบระบบและทำหน้าที่ Burn cash ทิ้งจากการพิมพ์เงิuตลอดเวลา ​ซึ่งเป็uการ burn ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
15.Block Chain เป็uอะไรที่เจ๋งมากถ้าใช้ถูกจุดประสงค์ เช่uการระดมทุu เพราะ fraud ยากมาก
16.หุ้u softbank น่าซื้อเก็บไว้เป็uหุ้uแห่งอuาคต แต่ต้องใช้เงิuที่ตัดลงทุuระยะยาว ไม่ควรเก็งกำไร
17.โลกแห่งหุ้u VI ใuไทยจะหมดไปเรื่อยๆ เพราะแทบจะไม่มีธุรกิจที่ยั่งยืuใuพื้uฐาuโลกใหม่ที่กำลังจะดำเนิuไป
18.จีuเร่งการใช้ไฟฟ้าแทuน้ำมัu ธุรกิจหุ้u Bluechip ใuน้ำมัuจึงควรพิจารณาให้ดี โดยเฉพาะคuที่ซื้อกองทุuเพื่อลดภาษี LTF LMF ลงใuหุ้uพลังงาuแทบทั้งนั้u และใuแบงค์ใหญ่ ซึ่ง แบงค์กำลังจะมีปัญหาจากหนี้เสียจำuวuมากแบบควบคุมไม่ได้ และ พลังงาuจะเปลี่ยuแปลงใuอีกไม่กี่ปีอย่างมีนัยยะ ให้มองการลงทุuมากกว่าการลดภาษี
19.ใuปีหน้า จะมีการ Roll over Bonds ใuไทยอย่างต่ำ ประมาณห้าแสuล้าu และ บางส่วuก็ไม่รู้จะ roll ผ่าuหรือไม่ และ อาจจะมีการลด rating ใuหลายบริษัทที่ไม่ผ่าu
20.หนี้เสียแค่บริษัทใหญ่ๆ บริษัทเดียวกระเทือuไปทั้งตลาด ถ้ามีแบบนี้หลายบริษัท ไม่ต้องพูดถึง
21.AI จะเข้ามาแทuใuสิ่งที่เราคิดไม่ถึงมาก อย่างไม่น่าเชื่อ และ การที่ไม่เชื่อว่ามัuจะมาแทuขuาดนั้u ก็เหมือuกับที่รุ่uพ่อแม่เราไม่คิดว่าโลกทุกอย่างจะมารวมใuมือถือเครื่องเดียวได้ขuาดนี้
22.ไม่ใช่เมืองไทยบริหารไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ระดับโลก ทรุดตัวลงพร้อมๆ กัu โดยที่ไม่มีภูมิภาคไหuดีเลย ซึ่งหมายความว่า จากที่เคยแย่ส่งออก ดีใu หรือแย่ใuดีส่งออก แต่จะกลับเป็u แย่ใuทั้งภาคบริโภคภายใu และ ส่งออกพร้อมกัu
23.สิ่งที่เราเจออยู่คือ Bubble ของ อสังหาริมทรัพย์, หุ้u, เดริเวอร์ทีฟ,หนี้ พร้อมๆ กัuทุกอย่าง ซึ่งไม่รู้จะแก้ยังไง จึงค่อยๆ ซึมลง เพราะทุกปัญหาหากมีทางแก้ชัดเจu ก็จะ crash ลงและ correction ตัวมัuเอง
24.ทุกอย่างที่จะเป็uโค้ช พารวย แล้วใช้ชีวิตดีหรูหรา พาเที่ยว ถ้ามัuมีจริง คงไม่มีใครอยากทำงาuหนัก อย่าไปโลภมาก เพราะความเสียหายจากสิ่งเหล่านี้มัuมาก และ ซ้ำไปมาตั้งแต่อดีตจuปัจจุบัu
25.ให้ระวังการถือ Bonds ต่างๆ อย่างที่สุด เพราะพวกเราถูกสอuให้เชื่อใu credit rating แล้วให้ยืมเงิu และ เอาสิทธิ์เจ้าหนี้มาเฉยๆ ใuบริษัทที่ล้มหลายบริษัท ตอuออกหุ้uกู้ เรทติ้งก็ยังดีอยู่แต่ทำไมถึงล้ม ทั้งต่างประเทศ และใuไทยเร็วๆนี้ (มีทั้งเจ้าหนี้ภายuอกด้วย) ให้รักษาเนื้อรักษาตัวระวังเงิuต้uที่มีให้ดี บางทีหุ้uกับบอuด์ หุ้uยังปลอดภัยกว่า
26.ถ้ารอบนี้คuเก่ง ชอต แบงค์ใหญ่เป็u จะได้เงิuก้อuใหญ่ เพราะเป็uที่แน่uอuว่าหนี้เสียใuระบบไม่น่าจะควบคุมได้ และ ผิดนัดชำระบาuตะไท
27.อีกไม่เกิuสิบปี ใuหลายประเทศไม่ได้เปลี่ยu รถเครื่องยuต์ธรรมดาเป็u EV car แต่จะเทิร์uไปสู่ ออโตโuมัสคาร์เลย โดยเฉพาะเมืองจีu จะเร่งวางระบบอิuฟราสตัคเจอร์ใหม่ บuระบบ 7G ซึ่ง ฟังดูดี แต่ธุรกิจที่เกี่ยวกับ รถที่ไม่ใช้น้ำมัu เครื่องยuต์ประเภทเก่าจะถูกโละไปจะทำให้หลายอุตสาหกรรมหมดไปจากที่เห็uๆ เช่u โรงงาuที่ทำส่วuประกอบทั้งหมดของรถยuต์ดีเซล, เต๊uรถ, ช่างทั่วไป, แม้แต่อุตสาหกรรมที่ใหญ่สุดๆ เช่u พลังงาuน้ำมัu มัuมีโอกาสจะกระทบแบบ big impact มากๆ
28.ทองคำยังมีค่าเสมอ เวลาค่าเงิuมีปัญหาให้เรียuรู้จากหลายๆ ประเทศที่ค่าเงิuลดอย่างรุuแรง และคuที่มีทองคำอยู่ใuมือ จะสามารถ ทราuเฟอร์ไปใuค่าเงิuใดก็ได้ใuโลก
29.นักลงทุuรายใหญ่ของโลกมากๆ หลายคu และ บริษัทเข้าไปถือ เหมืองทองอย่างมีนัยยะ ถ้ามัuไม่ดีเขาจะถือไว้ด้วยเหตุอัuใด โดยเฉพาะตระกูลยิว ใหญ่ๆ
30.ใครที่ฟุ้งเฟ้อ มากกว่ารายได้ที่มี ขอให้ลองพิจารณาอย่าสร้างหนี้ เพราะดอกเบี้ย มัuคือพลังทวีอย่างมาก อย่างที่ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ ทั้งทางบวกและลบ
31.เศรษฐกิจพอเพียง สามารถช่วยเราได้ ถ้าเราไม่สร้างหนี้มากเกิuไป อย่างน้อยไทยก็มีวัดให้เราฝากท้อง และที่ดิuทุกจังหวัด ก็สามารถปลูกผัก ปลูกผลไม้ทาuได้ ไม่เหมือuใuหลายๆ ประเทศ
32.บอuด์จะเป็uชuวuการเกิด crisis ใหญ่ใuรอบนี้อย่างมีนัยยะ
-------------------------------
https://www.thai2news.xyz/archives/3455

เชียงใหม่เจอวิกฤตไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลายเป็นศูนย์ คนขับรถตู้นับพันตกงาน บางรายถึงขั้นประกาศขายรถ
 วันนี้( 18 มี.ค.63) บรรดารถตู้ให้บริการนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่หดหายไป ทำให้งานที่กลุ่มคนขับรถตู้ได้รับป้อนมาจากบริษัททัวร์ กลายเป็นศูนย์ จนต้องจอดรถไว้ที่บ้านมานานนับเดือน หลายคนเริ่มประกาศขายรถ ขายอุปกรณ์ตกแต่ง ขณะที่บางคนหันไปทำอาชีพเสริม หรือหันไปขับแกร๊ปเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว และค่างวดรถ ที่ต้องผ่อนชำระทุกเดือน  
นางสาว รวรรณ นันตาเวียง เลขาสมาพันธ์รถตู้ภาคเหนือ ซึ่งมีผู้ประกอบการรถตู้เป็นสมาชิกอยู่ประมาณ 1 พันคัน  เปิดเผยว่า คนขับรถตู้กว่าร้อยละ 90 ต้องจอดรถทิ้งไว้เพราะไม่มีงานเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มที่รับงานกับทัวร์จีน สมาพันธ์รถตู้ภาคเหนือ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเจรจากับกลุ่มไฟแนนซ์ ช่วยเหลือผู้ประกอบการรถตู้ เพื่อยืดระยะเวลา หรือ พักชำระหนี้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการรถตู้ เตรียมหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ โดยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง และจัดเจลล้างมือไว้บริการ 

จับตาดู! "ทักษิณ" วิเคราะห์เศรษฐกิจจีน ชี้ 15 ปีโตมโหฬาร รายได้ต่อหัวแซงไทย

Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 17 ก.ค. 2559 เวลา 19:14:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 5.38 นาที ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศจีน โดยวิเคราะห์ถึงความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนว่า เศรษฐกิจของประเทศจีนเติบโตมโหฬารภายใน 15 ปี ซึ่งที่ผ่านมารายได้ต่อหัวต่อคนของคนจีนต่ำกว่าของไทยมาก แต่ปรากฏว่า วันนี้รายได้ของจีนต่อหัวแซงหน้าประเทศไทยแล้ว ซึ่งปกติจะแซงไม่ง่าย

ทั้งนี้หลังจากจีนร่ำรวยได้นำเงินไปลงทุนในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียนและแอฟริกา มีการตั้งธนาคารเอไอไอบี หลักการคือ มีการปล่อยกู้เงินจากจีน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศเอเชีย แต่ปีนี้จีนเริ่มชะลอตัว เพราะขายของได้น้อยลง ผมประเมินว่าปี 2016 เศรษฐกิจจีนน่าจะโตไม่ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งเศรษฐกิจของโลกกำลังย่ำแย่ กำลังซื้อจึงตกลงตามไปด้วย ซึ่งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของโลกได้ส่งผลกระทบต่อจีน รวมทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกด้วย แต่ความสามารถในการผลิตของจีนยังสูง เราน่าจะดูว่ามีอะไรถูกหรือต่อรองได้เพื่อนำไปขายให้ประเทศอื่นๆ ต่อ เพื่อสร้างกำไรให้กับประเทศไทยเพิ่มขึ้น


ที่มา มติชนออนไลน์ 


วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 01:00 น.

 รายงานพิเศษ

 ประสบผลสำเร็จในแผนปรับองค์กรจนสามารถกลับมามีกำไรได้สำหรับ ‘การบินไทย’ สายการบินแห่งชาติ พร้อมกันนี้ปรับแผนเที่ยวบินรวมถึงนำนวัตกรรมการบินที่ล้ำสมัยมาบริการผู้โดยสาร


 
 ล่าสุดคือการสั่งเครื่องบินเทคโนโลยีล้ำสมัย ‘เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี’ ของ ‘แอร์บัส’ มาบริการผู้โดยสาร ซึ่งจะรับมองลำแรกในเดือนส.ค.นี้

 ผู้บริหารการบินไทยจึงเชิญสื่อมวลชนเดินทางไปพิสูจน์ความล้ำสมัยของเครื่องบินรุ่นนี้ถึงบ้านเกิดที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส


 
 ภายในอาณาบริเวณของแอร์บัสที่ตูลูส เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ โรงงานประกอบชิ้นส่วน สนามทดสอบเครื่องบิน รวมทั้งลานจอดขนาดใหญ่ที่มองไปเห็นเครื่องบินจำนวนมากที่จอดเรียงรายรอส่งมอบให้ลูกค้าจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 40 ราย รวมจากการขายเครื่องบินถึงปีละ 1.84 ล้านล้านบาท

 ปัจจุบันแอร์บัสที่มีพนักงานมากกว่า 5.5 หมื่นคน ผลิตเครื่องบินหลายรุ่นเพื่อป้อนให้กับสายการบินชั้นนำจากทั่วโลก เริ่มจากตระกูล เอ320, เอ330, เอ380 และเอ350
 
 และที่กำลังโดดเด่นมากที่สุดในขณะนี้คือ ‘เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี’ เครื่องบินรุ่นพิเศษลำตัวกว้าง


 ‘ดร.มาลี่ ลาโล’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครื่องบินแอร์บัส รุ่นเอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี บอกขณะนี้มียอดคำสั่งซื้อจากทั่วโลกเข้ามาแล้วรวม 802 ลำ ผลิตแล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้ว 24 ลำ

 คณะของเรายังพบกับผู้บริหารระดับสูงของแอร์บัสคือ ‘นายสเตฟาน ชัฟฟ์ราต’ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารองค์กรและได้เข้าร่วมรับฟังบรรยายสรุปจาก นายอลัน พาร์โด หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารด้านการตลาดของแอร์บัส ทำให้ทราบแนวโน้มของอุตสาหกรรมการบินได้ชัดเจนขึ้น

 นายอลันระบุว่า อัตราการเดินทางทางอากาศของโลกกำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี พ.ศ.2545
 
 สะท้อนได้ชัดเจนจากตัวเลขจากยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินของแอร์บัสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมากถึง 6,400 ลํา และยังมียอดคําสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยรอคิวที่จะผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าทั่วโลกภายใน พ.ศ.2559 อีก 6,746 ลำ
 
 อุตสาหกรรมการบินที่แข่งขันกันรุนแรง ทำให้สายการบินต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวเพื่อหาแต้มต่อในการสู้ศึกกับคู่แข่ง รวมไปถึงการบินไทยที่กำลังมองหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้นในช่วงที่บริษัทได้ผ่านพ้นภาวะขาดทุนมาหมาดๆ
 
 แนวทางหนึ่งคือการเร่งจัดหาเครื่องบินแบบใหม่ที่มีความทันสมัย และสะดวกสบายนำมาให้บริการผู้โดยสาร ที่สำคัญต้องเป็นเครื่องบินที่มีความคุ้มค่าและประหยัดต้นทุนในการประกอบธุรกิจได้ด้วย
 
 ด้วยเหตุผลนี้ทำให้การบินไทยตัดสินใจสั่งซื้อแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี จากแอร์บัสจำนวน 12 ลำ แบ่งเป็นการสั่งซื้อ 4 ลำ และเช่าซื้อ 8 ลำ หวังจะสร้างประสบการณ์การบินรูปแบบใหม่ที่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร

 เพราะเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นเครื่องบินพาณิชย์พิสัยระยะไกลต่อเนื่อง 8,100 ไมล์ทะเล มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของโลกในขณะนี้
 
 ตั้งเป้าหมายเริ่มทยอยรับมอบลำแรกในเดือนสิงหาคม 2559 และลำที่ 2 ในเดือนกันยายน 2559 และที่เหลือรับมอบในปี 2560 โดยจะนำมาบินให้บริการในเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ก่อนเป็นเส้นทางแรก

  เครื่องบินที่การบินไทยจะรับมอบเป็นลำแรกขณะนี้ทาสีพร้อมตกแต่งลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของการบินไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
 

 อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องยนต์และการตกแต่งภายในห้องโดยสารตาม สเป๊กที่การบินไทยต้องการ ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการทดสอบภาคพื้นและการทดสอบเที่ยวบินและส่งมอบตามกำหนดต่อไป
 
 ความพิเศษที่ทำให้การบินไทยตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่มีระบบเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ "โรลส์รอยซ์ เทรนต์ เอ็กซ์ดับเบิลยูบี" รุ่นใหม่ที่ช่วยให้สามารถลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ถึง 25% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25%
 
 ลดเสียงรบกวนอันเกิดจากเครื่องยนต์ได้ถึง 21 EPNdB (Effective Perceived Noise Decibel) ต่ำกว่าข้อบังคับขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่กำหนดไว้ด้วย


 
 โครงสร้างตัวเครื่องบิน 70% ทำมาจากวัสดุผสมชั้นสูงถึง 53% ประกอบด้วยไทเทเนียมและอะลูมิเนียมหล่อผสมที่ล้ำสมัย ทนทานต่อการสึกกร่อน ทำให้การซ่อมบำรุงง่ายขึ้น ปีกก็มีพื้นที่กว้างมากกว่าสนามเทนนิส 2 สนาม
 
 ห้องโดยสารกว้าง 221 นิ้ว กว้างกว่าเครื่องบินโบอิ้ง 787 ถึง 6 นิ้ว การจัดแบ่งที่นั่งโดยสาร เบื้องต้นแบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยสาร
 
 การบินไทยมีแผนที่จะนำเครื่องรุ่นนี้มาจัดสรรเป็นที่นั่งชั้น "รอยัล ซิลก์ คลาส"(Royal Silk Class) หรือที่นั่งผู้โดยสารชั้นธุรกิจจำนวน 32 ที่นั่ง ออกแบบพิเศษมีความกว้างมากถึง 21 นิ้ว ปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา
 
 การเดินเข้า-ออกจากที่นั่งสามารถทำได้อย่างเป็นอิสระ ไม่รบกวน ผู้โดยสารในที่นั่งติดกัน
 
 ทุกที่นั่งติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 16 นิ้ว พร้อมระบบสาระบันเทิงอย่างครบครัน สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ Wi-Fi อุปกรณ์สื่อสาร และปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
 
 ส่วนที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) 289 ที่นั่ง มีระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง 32 นิ้ว แต่ละที่นั่งกว้าง 18 นิ้ว ติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 11 นิ้ว สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ Wi-Fi อุปกรณ์สื่อสาร และปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
 
 ไฟแสงสว่างเป็นแบบแอลอีดี สร้างเฉดสีได้ถึง 16.7 ล้าน เฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศลักษณะเฉพาะของแต่ละสายการบิน เช่น การบินไทยสามารถเลือกใช้แสงสีม่วงเพื่อปรับเปลี่ยนสีภายในห้องโดยสารให้เป็นรูปแบบเฉพาะ
 
 สามารถจำลองแสงให้เหมือนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางแสงรูปแบบใหม่ ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดจากภาวะ "เจ็ตแล็ก"

 
 ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่สามารถเก็บกระเป๋าลากได้มากกว่า 1 ใบต่อผู้โดยสาร ระบบปรับอากาศมีการถ่ายเททุกๆ 2-3 นาที


 
 ความกดอากาศในห้องโดยสารที่ปรับไว้ให้เท่ากับความสูงที่ต่ำลงมา ที่ระดับ 6,000 ฟุต ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
 
 ความทันสมัยสะดวกสบายและประหยัดน้ำมันของเครื่องบินรุ่นนี้ จะตอบโจทย์แผนด้านการตลาดของการบินไทยมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูกัน

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1467481402

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 05:52 น.

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลจากทั้งภาคธุรกิจ เกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างวันที่ 7-16 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่สถานการณ์ภัยแล้งจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิ.ย. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร 77,861 ล้านบาท และจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม 41,416 ล้านบาท รวมแล้วมีผลกระทบทั้งสิ้น 119,278 ล้านบาท

 กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) 0.85% ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวลดลงจาก 3-3.5% เหลือเพียง 2.7-2-9% ซึ่งภัยแล้งจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการจัดหาน้ำมากขึ้น รายได้ลดลง และหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรจะมีหนี้สินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12%

 ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผลผลิตพบว่าข้าวนาปีเสียหาย 31,406 ล้านบาท, ข้าวนาปรัง 43,075 ล้านบาท, มันสำปะหลัง 1,215 ล้านบาท, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2,163 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่เสียหายเฉลี่ยรายละ 9.4 แสน-1.6 ล้านบาท
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559
สัญญาณบวก..เศรษฐกิจปี59

สัญญาณบวก..เศรษฐกิจปี59

เล่าสู่กันฟัง : สัญญาณบวก..เศรษฐกิจปี59 : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                      การประกาศขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา ของรองนายกรัฐมนตรี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ซึ่งรับผิดชอบดูแลทางด้านเศรษฐกิจ โดยประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2559 ว่า น่าจะมีตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 3.3% สูงกว่าจีดีพีปี 2558 ที่อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 2.8% เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่รัฐบาล
 
                      มาถึงวันนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น แม้จะยังเป็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม โดยส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการฟื้นตัวของภาคครัวเรือน การใช้จ่ายภาคเอกชน ที่มีเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตกค้างจากปลายปีที่แล้วต่อเนื่องปี 2559 เป็นตัวช่วย
 
                      ตัวเลขทางเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ การจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มียอดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในเดือนมกราคม 2559 มีจำนวนถึง 5,749 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2558 จำนวน 2,512 ราย หรือประมาณ 78% โดยมีทุนจดทะเบียนรวมเป็นมูลค่า 28,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,576 ล้านบาท หรือเพิ่ม 51% เทียบเดือนมกราคม 2558 
 
                      สะท้อนภาพเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ดังนั้น ปี 2559 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดว่ายอดจัดตั้งบริษัทใหม่ จะมีไม่น้อยกว่า 60,000–65,000 ราย โดยธุรกิจที่เฟื่องฟู 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ให้คำปรึกษาด้านการจัดการ ขายส่งวัสดุก่อสร้าง และขายส่งเครื่องจักร
 
                      สอดรับกับข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ที่ระบุว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมในปีงบประมาณ 2559 คาดการณ์ว่าจะสูงกว่า 5 แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่ 4.96 แสนล้านบาท เนื่องจากผลดีจากการปรับขึ้นภาษียาสูบในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งยังมีปัจจัยเสริมจากรายได้ภาษีน้ำมัน ภาษีรถยนต์ และภาษีบาปต่างๆ ที่มีทิศทางการจัดเก็บดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจด้วย
 
                      ในช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 จัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการไปแล้วถึง 2,700 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี และในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 ยังต้องติดตามสถานการณ์ตลาดรถยนต์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเริ่มกลับมามีการขยายตัวได้ดีตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์คาดการณ์ว่าการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศปี 2559 จะอยู่ที่ 8 แสนคัน
 
                      สัญญาณการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่เดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้านตั้งแต่ต้นปี ทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนในมุมมองของชาวต่างชาติเริ่มดีขึ้น ดังนั้นแม้เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะถดถอย แต่ก็เชื่อกันว่าเศรษฐกิจประเทศไทยน่าจะไม่กระทบเหมือนประเทศอื่นๆ โอม....เพี้ยง
 
 
 
--------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : สัญญาณบวก..เศรษฐกิจปี59 : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 15:00


สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ เผยทางการไทยเร่งปราบปรามบรรดาคนทำประมงผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมอาหารทะเล จับกุมได้แล้วกว่า 100 คน ตัดสินจำคุกไปแล้ว 36 ราย และช่วยแรงงานต่างด้าวที่ตกเป็นเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์ได้แล้ว 130 ราย
เมื่อ 2 ก.พ.59 สำนักข่าวบีบีซี สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ รายงานไปทั่วโลก ทางการไทยเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ได้แล้วกว่า 100 ราย หลังจากเดือนเมษายน ปี 58 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ขู่จะคว่ำบาตรอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย ที่มีการทำประมงโดยผิดกฎหมาย และยังกล่าวหากระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทยด้วยว่า เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ามนุษย์
บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเปิดเผย นับตั้งแต่มีการจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีทำประมงผิดกฎหมายมาเป็นระยะเวลา 16 เดือน สามารถดำเนินคดีได้แล้ว 36 คดี และช่วยเหลือเหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์ได้ 130 คน นอกจากนั้น ผู้ต้องหาทั้งหมด 102 รายที่ถูกจับกุมนั้น ได้ถูกส่งตัวขึ้นศาลดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และในจำนวนนี้ถูกตัดสินลงโทษจำคุกไปแล้ว 36 ราย
ทั้งนี้ อียูได้เตือนไทยเมื่อเดือนเมษายนปีก่อนว่า จะคว่ำบาตร ห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทย ซึ่งส่งไปขายในอียูถึงประมาณ 15% ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขภายใน 6 เดือน เช่นเดียวกับ รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2558 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ขึ้นบัญชีดำให้ไทย ยังอยู่ที่ ‘เทียร์3’ ตามเดิม ซึ่งหมายถึงยังไม่มีความคืบหน้ามากพอในการจัดการปัญหาค้ามนุษย์
ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนได้ชี้ให้เห็นปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ในไทยว่า ลูกเรือประมงที่มาทำงานในไทย มาจากกัมพูชาและเมียนมา อีกทั้ง ยังมีการใช้แรงงานเด็กต่างด้าวในอุตสาหกรรมประมงของไทยด้วย อย่างไรก็ตาม โจนาธาน ฮีด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเทพฯ ชี้ว่าปัญหาในอุตสาหกรรมการประมงของไทยเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และไม่สามารถจะแก้ไขในเวลาอันรวดเร็ว แม้รัฐบาลไทยพยายามที่จะจัดการแก้ไขก็ตาม
บอร์ด รฟม.เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" เริ่มต้น 14-42 บาท เตรียมยกเว้นค่าแรกเข้า 16 บาท เชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน เผยนั่ง 2 ระบบจ่ายไม่เกิน 70 บาท ส่วนค่าบริการอาคารจอดรถเก็บ 15 บาท/ชม. 



นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2559 อนุมัติอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กม. จำนวน 16 สถานี ตามที่ รฟม.เสนอในอัตรา 14-42 บาท และสถานีต่อไปคิด 2 บาท/กม. ซึ่งรถไฟฟ้าสายนี้ รฟม.จะเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับภาระความเสี่ยงเอง

ส่วนการเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม (บางซื่อ-หัวลำโพง) มี บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถ และเพื่อให้การเดินทางต่อเนื่อง จะยกเว้นค่าแรกเข้า 16 บาทของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยจะหารือกับบริษัท BEM อีกครั้งเรื่องส่วนแบ่งค่าโดยสารที่ใช้ทั้ง 2 ระบบ ซึ่ง รฟม.จะรับภาระค่าโดยสารที่เป็นส่วนต่างแทนผู้ใช้บริการของสายสีม่วง 



"ค่าแรกเข้าหรือค่าเริ่มต้นของสายสีน้ำเงินเดิม 16 บาท รฟม.จะเป็นผู้รับภาระแทนผู้ใช้บริการเอง เพื่อให้การเดินทางสะดวกและทำให้ปริมาณผู้โดยสารสายสีม่วงเพิ่มขึ้น เพราะค่าโดยสารถูกลง เมื่อไม่คิดค่าแรกเข้าแล้ว หากใช้บริการตั้งแต่สถานีคลองบางไผ่ไปยังสถานีหัวลำโพง ค่าโดยสารตลอดสายอยู่ที่ 70 บาท"

นายพีระยุทธกล่าวอีกว่า สำหรับอาคารจอดและจรของรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะมีจำนวน 4 แห่งรองรับผู้มาใช้บริการในแนวเส้นทาง ได้แก่ 1.สถานีคลองบางไผ่ มีพื้นที่จอดรถ 1,800 คัน 2.สถานีสามแยกบางใหญ่ มีพื้นที่จอดรถ 1,450 คัน 3.สถานีท่าอิฐ มีพื้นที่จอดรถ 1,950 คัน 4.สถานีแยกนนทบุรี 1 มีพื้นที่จอดรถ 470 คัน โดยจะคิดอัตราค่าบริการอัตราเดียวกับรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยหากเป็นผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจะคิดราคา 15 บาท /2 ชม. หากไม่ได้เป็นผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าคิดราคา 40 บาท/ชม.

"รถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเปิดให้บริการฟรีเดือน พ.ค.นี้ ในช่วงเช้าและเย็น จากนั้นจะเปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์ หรือคิดค่าโดยสารวันที่ 12 ส.ค. 2559 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการกว่า 1 แสนเที่ยวคน

ต่อวัน อย่างไรก็ตามช่วงเริ่มเปิดให้บริการ จะมีปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างสายสีม่วงกับสายสีน้ำเงิน ขาดช่วง 1 สถานี จากเตาปูน-บางซื่อ เพราะยังไม่มีการเดินรถ รฟม.อยู่ระหว่างคิดรูปแบบการให้บริการ เช่น จัดเดินรถบีอาร์ที หรือบัสเลนในชั่วโมงเร่งด่วนที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารถึง 6,000 คน/ชม."

นายพีระยุทธกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบผลการปรับราคาก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มด้านตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีระยะทาง21 กม. ตามที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบให้ รฟม.มาพิจารณาค่าก่อสร้างใหม่หลังจากราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลง รวมถึงปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุภายในประเทศมากขึ้นตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยสรุปสามารถปรับลดราคาลงได้อีก 1,028 ล้านบาท จากกรอบเดิม 95,108 ล้านบาท เหลือ 94,080 ล้านบาท จะเสนอกลับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 30 วันนับจากที่ ครม.มีข้อสั่งการมาเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลภายในเดือน เม.ย.นี้ หลัง ครม.อนุมัติกรอบวงเงินใหม่แล้ว 




(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจฉบับ 18-20 ม.ค.2559)
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

“คลัง”คาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าโต 3.8%-เชื่อมาตรการที่ออกมาจะช่วยการบริโภค

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เวลา 14:07:45 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ครั้งที่ 4/2558 ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการลงทุนต่างๆ โดยในส่วนของมาตรการกองทุนหมู่บ้าน 60,000 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 33,000 ล้านบาทเชื่อว่าจะใช้ได้หมดตามเป้าที่วางไว้ สำหรับกองทุนหมู่บ้านเกรดซี ซึ่งไม่ได้อยู่ในข่ายขอกู้เงิน แต่มีการปรับปรุงคุณภาพ สามารถขยับขึ้นมาอยู่เกรดบี เพื่อให้เข้าข่ายสามารถขอกู้เงินได้ ขณะที่มาตรการจัดสรรงบประมาณตำบลละ 5 ล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ได้ระบุโครงการที่จะทำทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สามารถเบิกจ่ายได้ทั้งหมด ภายในวันที่ 31 มกราคม 2559

ขณะที่การปล่อยสินเชื่อซอฟท์โลน 1 แสนล้าน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ขณะนี้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท 

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้มีประชาชนมาขอกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. แล้วกว่า 7,000 ล้านบาท และผ่านการอนุมัติแล้ว 2,000 ล้านบาท ซึ่งหากประชาชนมีความต้องการมาก ธอส. สามารถพิจารณาขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ธอส. ในการบริหารความเสี่ยง
“จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดที่ออกไป จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2558 เติบโตร้อยละ 2.8 ตามเป้าหมายที่วางไวั และจะเป็นแรงส่งต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจปีหน้า สามารถขยายตัวได้มากกว่าในปีนี้”

ด้านนายสมชัย สัจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะเติบโตร้อยละ 3.8 เนื่องจากเครื่องจักรทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่จะดึงให้ภาคส่งออกกลับมาส่งออกได้เพิ่มขึ้น งบลงทุนภาคเอกชน ที่ถูกชะลอไว้ โครงการเมกะโปรเจคต์ต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ลงไปถึงมือประชาชน จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น
4จี...ประเทศไทยได้อะไร

วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2558

4จี...ประเทศไทยได้อะไร

เล่าสู่กันฟัง : 4จี...ประเทศไทยได้อะไร : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                      การประกาศขยับเวลาเปิดประมูล 4จี คลื่นความถี่ 900 ให้เร็วขึ้น จากเดิมกำหนดเปิดประมูลวันที่ 15 ธันวาคม 2558 มาเป็นวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการส่งสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งให้แก่ประเทศไทย เพราะประโยชน์ที่จะตามนั้น ไม่ใช่แค่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีความแรงทะลุทะลวงสูง
 
                      เฉพาะเม็ดเงินที่เกิดขึ้นจากการประมูล 4จี ก็สะท้อนให้เห็นคำพูดที่ว่า “4จี จะเป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจประเทศไทย” อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก กสทช.ระบุว่า เงินที่ได้จากการประมูลจาก 2 ย่านคลื่นความถี่ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวนคลื่นความถี่ละ 2 ใบอนุญาต รวม 4 ใบอนุญาต หากนับเฉพาะเงินจากราคาตั้งต้นการประมูล อย่างน้อยรัฐจะได้เงินไปใช้ในการพัฒนาประเทศ 73,379 ล้านบาท ประกอบกับเงินจากค่าลงทุนโครงข่ายและบริการต่างๆ อ้างอิงจากที่ผู้ให้บริการที่มายื่นซองเอกสารขอเข้าประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เสนอแผนธุรกิจมาอีกไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท
 
                      และจากการที่ กสทช.ได้จ้างให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ศึกษาเรื่องนี้ ยังพบว่า ภายหลังการประมูลและเปิดให้บริการ 4จี ในเดือนเมษายน 2559 หลังจากนั้น 12 เดือน จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ 168,136 ล้านบาท หากเริ่มให้บริการเดือนมกราคม 2559 หลังจากนั้น 12 เดือน จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ 265,000 ล้านบาท รวมอีก 5 ปี จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ 1.03 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ใช่น้อยทีเดียว 
 
                      นับเป็นความโชคดีของคนไทยที่จะได้ใช้ 4จี ในปีหน้า
 
                      เมื่อก่อนเราใช้โทรศัพท์เป็นโทรศัพท์ คือใช้โทรได้อย่างเดียว นั้นเรียกว่ายุค 1จี พอยุค 2จี โทรศัพท์ก็สามารถถ่ายรูปได้ ส่งข้อความได้ ส่งอีเมลได้ แต่ยังติดขัดอยู่ในเรื่องของสัญญาณติดๆ ขัดๆ เวลาเคลื่อนไหว พอมาถึงยุค 3จี ระบบโทรศัพท์ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นหนึ่งให้มีการเชื่อมต่อตลอดเวลา ในเรื่องของข้อมูล เฉพาะฉะนั้นในด้านการเชื่อมต่อข้อมูลจะดีกว่า อีกทั้งยังไม่ได้คิดราคาตามเวลาการใช้ แต่จะคิดตามอัตราการโหลดข้อมูล และมีความเร็วในการใช้งานที่มากขึ้น
 
                      มาถึงยุค 4จี เป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ หรือเป็นเส้นทางด่วนสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องอาศัยการลากสายเคเบิล มีคุณสมบัติ การเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติ (three-dimensional) ระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง การใช้งานในลักษณะมัลติมีเดียจึงดีขึ้น การรับส่งข้อมูลในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวจะมีไหลลื่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้การเข้าถึงข้อมูลที่เป็นสากลและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ รูปแบบต่างๆ ที่เป็นเทคโนโลยีในอนาคตสามารถทำได้ง่าย
 
                      ที่สำคัญการพัฒนาของ ระบบ 4จี ได้รวมเอาความสามารถในการค้นหาสัญญาณเครือข่ายทั่วโลก ระบบ 4จี จึงเป็นระบบที่อาจจะเชื่อมต่อโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน ทำให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่สะดุด ต่อไปสินค้าไทยจะสามารถขายไปไกลได้ทั่วโลก
 
 
 
---------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : 4จี...ประเทศไทยได้อะไร : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)
Saturday, August 8, 2015 - 00:07

“พาณิชย์” ไล่บี้ผู้ค้าก๊าซปรับลดราคา หลัง กบง.มีมติให้ลดราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีทุกประเภทลงกิโลกรัมละ 1 บาท วงในแฉประมูลโรงไฟฟ้ากระบี่ ล็อกสเปกเอื้อ "อัลสตอม" ด้าน กฟผ.ยันทำอย่างโปร่งใส ลุยเดินหน้าโครงการต่อ ปตท.-บางจากลดราคาน้ำลง 40 สต.
บุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร
นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้การปรับลดราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มลง (แอลพีจี) กิโลกรัม (กก.) ละ 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.2558 ที่ผ่านมา โดยราคาจะปรับลดลงเหลือ 22.96 บาทต่อ กก. จากเดิม 23.96 บาทต่อ กก. ส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 กก. จะลดลงทันทีถังละ 15 บาท กรมได้ออกตรวจสอบการจำหน่ายแอลพีจีทั้งโรงบรรจุและร้านค้าปลีกในบริเวณ จ.นนทบุรี ว่ามีการปรับลดราคาลงมาตามมติ กบง.หรือไม่ หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
“หลังราคาน้ำมันและก๊าซลดลง มีสินค้ากว่า 10 รายการที่ปรับลดราคาลง 5-8% อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กระเบื้อง ถุงพลาสติก และปุ๋ยเคมี เป็นต้น” นายบุญยฤทธิ์กล่าว
แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การเปิดประมูลเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2558 หลังจากที่เลื่อนเปิดประมูลจากวันที่ 22 ก.ค.2558 ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนั้นมีเพียงกลุ่มบริษัท อัลสตอม ที่ร่วมกับบริษัท มารูเบนิ เพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ยื่นประมูล และยังมีกระแสข่าวสะพัดว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่มีการล็อกสเปกให้กลุ่มดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีคู่แข่งยื่นซองประมูล ซึ่ง กฟผ.เกรงว่าจะเป็นครหา จึงเลื่อนเปิดประมูลโดยพยายามดึงกลุ่มพาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น จากประเทศจีนเข้ามาร่วมประมูลด้วย เพื่อให้เกิดมีการแข่งขัน
นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ.กล่าวว่า จะไม่มีการล้มประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แม้ว่าจะมีผู้ยื่นซองประมูลเพียง 2 กลุ่ม ซึ่งเชื่อว่าจะมีการแข่งขันด้านราคา และไม่ได้มีการล็อกสเปกให้กับผู้รับเหมากลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสนอยื่นซองเข้ามาน้อย เนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีการกำหนดเทคโนโลยีขั้นสูงในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มีบริษัทเพียงไม่กี่รายในโลกที่มีเทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงการนำข้อกังวลต่างๆ ในการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 เข้ามาอยู่ในการกำหนดทีโออาร์ครั้งนี้
รายงานข่าวผู้ค้าน้ำมันแจ้งว่า ค่ายน้ำมัน ปตท.และบางจากนำร่องปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 40 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์อี 85 ปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค.2558
***********************************
ที่มา:http://www.thaipost.net/
7 ส.ค. 58 14.16 น ทีมศก.เพื่อไทยจี้รัฐเร่งแก้ ศก.หวั่นทรุดยาว
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ทีมเศรษฐกิจ เพื่อไทย มอง ศก.ไทย ทรุดต่อเนื่องตามคาด จี้รัฐบาลเร่งแก้ไข หวั่นทรุดหนักหสก US-EU คว่ำบาตร
นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย
เห็นว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะตกต่ำลงเรื่อย ๆ ตามที่ได้เคยเตือนไว้แล้ว โดยหน่วยงานหลายแห่งทั้งของราชการ
และของเอกชนได้ออกมาบอกแล้ว ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะโตไม่ถึง 3% ซึ่งยังโชคดีที่เงินเฟ้อในปีนี้ต่ำ มิเช่นนั้น อาจจะโต 0% ก็เป็นได้ และการส่งออกก็ลดต่ำลงเรื่อย ๆ โดยล่าสุด กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า การส่งออกในปีนี้อาจจะลดลง 3% และเมื่อถึงสิ้นปีอาจจะต่ำกว่าด้วยซ้ำ และหากโดนสหรัฐฯ และอียู มีมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจทรุดต่ำลงกว่านี้ ดังนั้นหากไม่รีบกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว โดยอ้างการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะปฏิรูปอะไร และ ไม่เห็นมีการปฏิรูปอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในปีกว่าที่ผ่านมา เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดลงเรื่อย ๆ ประชาชนจะทนความลำบากกันไม่ไหว และการที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาบอกว่า เศรษฐกิจของโลกและของไทยไม่ดีจึงไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นแนวคิดที่ผิดอย่างแน่นอน รัฐบาลควรที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจแย่ เพื่อช่วยประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดต่ำมากจนประชาชนเดือดร้อนเหมือนที่ สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ทำกัน เช่น การออก QE และไม่จำเป็นต้องกระตุ้นแล้ว หากเศรษฐกิจฟื้นเพราะจะทำให้เกิดเงินเฟ้อได้ เช่น สหรัฐฯ หยุด QE หลังจากเศรษฐกิจฟื้นหากทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไม่สามารถคิดในแนวนี้ได้ ประชาชนจะต้องลำบากกันอย่างมากต่อไปอีก

                                  ---------------------------------------------------
                              ที่มา:http://news.sanook.com/1843714/
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ส.ค. 2558 06:15

“ภาษีมรดก” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วมีผลใน 180 วันเปิดโอกาสเศรษฐี–ชนชั้นกลางโอนทรัพย์สินให้ทายาท และผู้สืบสันดานก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2558 ว่าด้วยภาษีการรับให้ ในกรณีที่โอนทรัพย์สมบัติก่อนผู้ให้เสียชีวิต ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ววานนี้ (5 ส.ค.58) โดย พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วันหรือ 6 เดือนข้างหน้า นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเวลาพอที่จะให้หน่วยงานต่างๆเตรียมการให้พร้อมสำหรับการออกแบบฟอร์ม วิธีการเสียภาษี รวมถึงการทำความเข้าใจกับประชาชน
ทั้งนี้ ภาษีการรับมรดกกำหนดให้ผู้รับต้องจ่ายภาษีในส่วนที่เกินกว่า 100 ล้านบาทในอัตรา 10% แต่ถ้าเป็นการรับมรดกจากบุพการี หรือผู้สืบ สันดาน จะเสียในอัตรา 5% จากส่วนที่เกินกว่า 100 ล้านบาท ส่วน พ.ร.บ.ภาษีการรับให้ ซึ่งจะนำมาใช้แทนการให้ หรือโอนทรัพย์ให้โดยเสน่หา กล่าวคือการให้โดยเสน่หาที่ไม่เคยเสียภาษีจะไม่มีอีกต่อไป หากมีการโอนทรัพย์สมบัติให้ก่อนผู้ให้จะเสียชีวิตนั้น ต่อไปจะเข้าข่ายเป็นภาษีการรับให้ ซึ่งกำหนดภาระภาษีไว้ว่า ถ้าเป็นการรับจากบุพการี ผู้รับต้องจ่ายภาษีในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาท ในอัตรา 5% นอกเหนือจากกรณีบุพการีให้ผู้สืบสันดาน ต้องจ่ายภาษีในส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาทในอัตรา 5%
ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวด้วยว่า กรมสรรพากรกำลังเตรียมออกกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวน 21 ฉบับ มีทั้งประกาศกรม ประกาศกระทรวง และพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการยื่นภาษี แบบแสดงรายการภาษี รวมถึงการตั้งทีมขึ้นมาดูแลภาษีมรดกเป็นการเฉพาะ เพราะในการเสียภาษีนั้นจะสามารถยื่นแบบได้ทั่วประเทศ รวมถึงการยื่นภาษีทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วย แล้วส่งมาให้สรรพากรส่วนกลางในการประเมินภาษี
เนื่องจากกรมมองว่าคนมีมรดกนั้นน่าจะมีทรัพย์สินกระจายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงอยากให้ทีมสรรพากรส่วนกลางพิจารณาเรื่องนี้ เพราะต้องประเมินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดรวมกันจึงจะทราบถึงภาระภาษีที่ชัดเจน และการใช้ทีมส่วนกลางในการพิจารณาทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สำหรับผู้รับมรดกจะต้องยื่นสำแดงภาษีภายใน 150 วันหลังจากที่รับมรดก ส่วนทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมี 5 ประเภทด้วยกันได้แก่ 1.บ้าน และที่ดิน 2.เงินฝากธนาคาร 3.หุ้นและหุ้นกู้ 4.รถยนต์ และ 5.ทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งข้อนี้เป็นการเปิดโอกาสจัดเก็บภาษีจากทรัพย์อื่นๆ เพราะยังไม่ทราบว่าในอนาคตจะมีทรัพย์สินหรือธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง
“ในการเสียภาษีนั้นจะประเมินทรัพย์ทุกประเภท และมูลค่าที่ได้รับรวมกัน แม้จะรับไม่พร้อมกัน ก็ต้องถูกนำมาประเมินรวมกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หุ้น เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน รถยนต์ ตราสารการเงินอื่นๆ ซึ่งถ้าไม่เกิน 100 ล้านบาทก็ไม่ต้องเสียภาษี โดยในการประเมินหากเป็นที่ดินจะอ้างอิงราคาจากกรมที่ดิน หากเป็นหุ้นคิดในราคาตลาด ณ วันที่ ได้รับหุ้นมา เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่”
นายประสงค์กล่าวด้วยว่า การนำภาษีตรงนี้มาใช้ จริงๆก็เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ สรรพากรไม่ได้คาดหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าใด เม็ดเงินภาษีที่ได้ตรงนี้คิดว่าไม่มาก อาจจะเพียงปีละประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทเท่านั้น ถ้าจะมากจะน้อยกว่านี้คงต้องขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐีเสียชีวิตในช่วงปีนั้นๆกี่คน กระนั้นก็ตาม รัฐคาดหวังให้เศรษฐีและผู้มีมากเป็นพลเมืองดีที่ยินดีเสียภาษีให้แก่รัฐโดยความสมัครใจบ้าง เช่น มีสัก 10,000 ล้านบาท จะเสียภาษีให้รัฐสัก 500 ล้านบาท ก็ยังเหลืออีกตั้ง 9,500 ล้านบาท ใช้อย่างไรก็ไม่หมด
สำหรับกฎหมายลูกที่จะต้องดำเนินการให้ทันใน 180 วันก่อน พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้ได้แก่ พ.ร.ฎ.กำหนดเปลี่ยนแปลงมูลค่ามรดก, ทรัพย์สินทางการเงินที่ต้องเสียภาษี, หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผ่อนชำระภาษี กฎกระทรวง เช่น กำหนดบุคคลที่ได้รับการยกเว้นภาษีการรับมรดก หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตาม, กำหนดทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย, ค่ารอนสิทธิ กรณีอสังหาริมทรัพย์, หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าทรัพย์สินกรณีอื่น, กำหนดเวลา ที่กรมที่ดินต้องแจ้งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก, กำหนดแบบแสดงรายการภาษีการรับมรดก และกำหนดวิธีการอายัดทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระภาษีอากรค้าง เป็นต้น.
เริ่มต้นชีวิตที่ดีด้วย 'นม' คุณภาพ

เริ่มต้นชีวิตที่ดีด้วย 'นม' คุณภาพ

เล่าสู่กันฟัง : เริ่มต้นชีวิตที่ดีด้วย 'นม' คุณภาพ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์

 
                       เราทุกคนต่างเริ่มต้นชีวิต ด้วยการดื่ม..นม โดยข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์นมเป็นอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีการผลิตปีละ 730 ล้านตัน ซึ่งเท่ากับมีการบริโภควันละกว่า 1,000 ล้านแก้วทั่วโลก ในสัปดาห์นี้จึงมีพัฒนาการของผลิตภัณฑ์และความสำคัญของนมในตลาดโลกและเมืองไทยมาเล่าสู่กันฟัง
 
                       เท่าที่ทราบข้อมูลด้านมนุษยศาสตร์เกี่ยวกับการทำฟาร์มโคนม ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าในประวัติศาสตร์กว่า 1 หมื่นปี ที่มนุษย์เริ่มหัดเลี้ยงฝูงสัตว์และมีฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อให้มีนมเป็นแหล่งอาหาร ซึ่งได้เลี้ยงมานานจนสัตว์เหล่านี้กลายเป็นเทวตำนาน มีที่มาสัมพันธ์กับวิถีชีวิตประวัติศาสตร์ ยิ่งถ้าได้ไปเดินแถวๆ เมืองมุมไบ ประตูสู่ประเทศอินเดีย คนที่นั่นจะดื่มนมตลอดทุกช่วงวัย จนเรียกการดื่มนมว่า “เป็นการให้นม”
 
                       น้ำนมดิบจากเต้าสัตว์ ถูกนำมาบรรจุใส่ถังอะลูมิเนียม และขวดหรือใส่กล่องเป็นแบบยูเอชที จนกระทั่ง 120 ปีที่แล้วชาวอเมริกันได้ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมนม ด้วยการผลิตนมข้นหวาน และถูกนำไปใช้ในสมัยสงครามกลางเมืองของอเมริกัน โดยรัฐบาลสหรัฐสั่งซื้อนมข้นจำนวนมากเพื่อเป็นเสบียงให้ทหาร และเมื่อสงครามยุติลง นมที่กักตุนไว้จึงถูกนำมาต้มผสมน้ำแจกให้เด็กๆ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่ครองใจลูกค้า โดยเฉพาะการปลูกฝังให้เด็กๆ คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์นี้ตั้งแต่เล็กๆ ตอกย้ำด้วยการโฆษณาเชิญชวน นมข้นหวานจึงกลายเป็นส่วนผสมสำคัญในเมนูต่างๆ ของคนทั่วโลก
 
                       เมืองไทยก็นิยม “นมข้นหวาน” ซึ่งหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นข่าวคราว ที่คนไทยใช้วิธีผสมนมข้นหวานกับน้ำแล้วป้อนให้เด็กทารกดื่ม จนมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยออกมาเผยข้อมูลสถิติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คนไทยต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูลว่าไทยสามารถผลิตน้ำนมดิบได้ 1 ล้านตันต่อปี คิดเป็นผลผลิตเพียง 40% ต่อความต้องการนมภายในประเทศ สร้างรายได้ราวๆ 19,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในเชิงตลาดถ้าจะให้เพียงพอต่อความต้องการจะต้องมีการนำเข้านมทดแทน
 
                       จากนิตยสารฉลาดซื้อ คอลัมน์ เพื่อนผู้บริโภค : ไม่มีอีกแล้ว ‘นมข้นหวาน’ สะท้อนว่านมข้นหวานไม่มีขายตามท้องตลาดแล้ว แต่เปลี่ยนเป็น ‘ครีมเทียมข้นหวานแทน’ เพราะไขมันนมซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของนมข้นหวานมีราคาค่อนข้างสูง จึงลดต้นทุนเปลี่ยนเป็นเน้นส่วนประกอบน้ำตาล น้ำมันพืช ครีมเทียม ดังนั้น สำหรับคนที่ชื่นชมความข้น หวาน มัน คงต้องคิดหนักหน่อยเพราะคุณประโยชน์โปรตีนและแคลเซียมที่เคยได้จะกลายเป็นคอเลสเตอรอลแทน
 
                       สถานการณ์ ‘นม’ เป็นเรื่องที่ไทยต้องให้ความสำคัญ เพื่อเศรษฐกิจและเยาวชน ไม่อยากให้พ่อแม่ยุคใหม่เผลอผสมครีมเทียมข้นหวานกับน้ำ ให้เด็กๆ ดื่มแทนนม เพราะเกรงว่าจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ทุกชีวิตเริ่มต้นด้วย ‘นม’ ก็อยากให้ได้รับ ‘นมแม่’ ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าและโภชนาการที่ครบถ้วน ช่วยให้เด็กฉลาด มีพัฒนาการดี มีสารต่อต้านเชื้อโรค เด็กที่ได้รับนมแม่จะแข็งแรงกว่านมวัว นมข้นหวาน หรือครีมเทียมเป็นร้อยเท่า พันเท่า นะครับ
 
 
 
 
 
--------------------
 วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2558
(เล่าสู่กันฟัง : เริ่มต้นชีวิตที่ดีด้วย 'นม' คุณภาพ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)
More ..
... ...
Loveu24 welcome all of you ขออนุญาตแนะนำเว็บแทงหวยหวยหุ้นต่างประเทศมากมายค่ะเว็บนี้จ่ายจริงไม่มีโกงแน่นอนค่ะ ฝากขั้นต่ำ👉20บาท ถอนขั้นต่ำ👉100บาท หวยไทย 3ตัวจ่ายบาทละ900 👉กดเลขเด็ดงวดนี้ สมัครฟรีค่ะ
Flag Counter

-----------------------------------------
CopyAMP code