วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 01:00 น.
รายงานพิเศษ
ประสบผลสำเร็จในแผนปรับองค์กรจนสามารถกลับมามีกำไรได้สำหรับ ‘การบินไทย’ สายการบินแห่งชาติ พร้อมกันนี้ปรับแผนเที่ยวบินรวมถึงนำนวัตกรรมการบินที่ล้ำสมัยมาบริการผู้โดยสาร

ล่าสุดคือการสั่งเครื่องบินเทคโนโลยีล้ำสมัย ‘เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี’ ของ ‘แอร์บัส’ มาบริการผู้โดยสาร ซึ่งจะรับมองลำแรกในเดือนส.ค.นี้
ผู้บริหารการบินไทยจึงเชิญสื่อมวลชนเดินทางไปพิสูจน์ความล้ำสมัยของเครื่องบินรุ่นนี้ถึงบ้านเกิดที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส

ภายในอาณาบริเวณของแอร์บัสที่ตูลูส เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ โรงงานประกอบชิ้นส่วน สนามทดสอบเครื่องบิน รวมทั้งลานจอดขนาดใหญ่ที่มองไปเห็นเครื่องบินจำนวนมากที่จอดเรียงรายรอส่งมอบให้ลูกค้าจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 40 ราย รวมจากการขายเครื่องบินถึงปีละ 1.84 ล้านล้านบาท
ปัจจุบันแอร์บัสที่มีพนักงานมากกว่า 5.5 หมื่นคน ผลิตเครื่องบินหลายรุ่นเพื่อป้อนให้กับสายการบินชั้นนำจากทั่วโลก เริ่มจากตระกูล เอ320, เอ330, เอ380 และเอ350
และที่กำลังโดดเด่นมากที่สุดในขณะนี้คือ ‘เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี’ เครื่องบินรุ่นพิเศษลำตัวกว้าง

‘ดร.มาลี่ ลาโล’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครื่องบินแอร์บัส รุ่นเอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี บอกขณะนี้มียอดคำสั่งซื้อจากทั่วโลกเข้ามาแล้วรวม 802 ลำ ผลิตแล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้ว 24 ลำ
คณะของเรายังพบกับผู้บริหารระดับสูงของแอร์บัสคือ ‘นายสเตฟาน ชัฟฟ์ราต’ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารองค์กรและได้เข้าร่วมรับฟังบรรยายสรุปจาก นายอลัน พาร์โด หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารด้านการตลาดของแอร์บัส ทำให้ทราบแนวโน้มของอุตสาหกรรมการบินได้ชัดเจนขึ้น
นายอลันระบุว่า อัตราการเดินทางทางอากาศของโลกกำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี พ.ศ.2545
สะท้อนได้ชัดเจนจากตัวเลขจากยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินของแอร์บัสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมากถึง 6,400 ลํา และยังมียอดคําสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยรอคิวที่จะผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าทั่วโลกภายใน พ.ศ.2559 อีก 6,746 ลำ
อุตสาหกรรมการบินที่แข่งขันกันรุนแรง ทำให้สายการบินต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวเพื่อหาแต้มต่อในการสู้ศึกกับคู่แข่ง รวมไปถึงการบินไทยที่กำลังมองหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้นในช่วงที่บริษัทได้ผ่านพ้นภาวะขาดทุนมาหมาดๆ
แนวทางหนึ่งคือการเร่งจัดหาเครื่องบินแบบใหม่ที่มีความทันสมัย และสะดวกสบายนำมาให้บริการผู้โดยสาร ที่สำคัญต้องเป็นเครื่องบินที่มีความคุ้มค่าและประหยัดต้นทุนในการประกอบธุรกิจได้ด้วย
ด้วยเหตุผลนี้ทำให้การบินไทยตัดสินใจสั่งซื้อแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี จากแอร์บัสจำนวน 12 ลำ แบ่งเป็นการสั่งซื้อ 4 ลำ และเช่าซื้อ 8 ลำ หวังจะสร้างประสบการณ์การบินรูปแบบใหม่ที่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร
เพราะเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นเครื่องบินพาณิชย์พิสัยระยะไกลต่อเนื่อง 8,100 ไมล์ทะเล มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของโลกในขณะนี้
ตั้งเป้าหมายเริ่มทยอยรับมอบลำแรกในเดือนสิงหาคม 2559 และลำที่ 2 ในเดือนกันยายน 2559 และที่เหลือรับมอบในปี 2560 โดยจะนำมาบินให้บริการในเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ก่อนเป็นเส้นทางแรก
เครื่องบินที่การบินไทยจะรับมอบเป็นลำแรกขณะนี้ทาสีพร้อมตกแต่งลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของการบินไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องยนต์และการตกแต่งภายในห้องโดยสารตาม สเป๊กที่การบินไทยต้องการ ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการทดสอบภาคพื้นและการทดสอบเที่ยวบินและส่งมอบตามกำหนดต่อไป
ความพิเศษที่ทำให้การบินไทยตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่มีระบบเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ "โรลส์รอยซ์ เทรนต์ เอ็กซ์ดับเบิลยูบี" รุ่นใหม่ที่ช่วยให้สามารถลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ถึง 25% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25%
ลดเสียงรบกวนอันเกิดจากเครื่องยนต์ได้ถึง 21 EPNdB (Effective Perceived Noise Decibel) ต่ำกว่าข้อบังคับขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่กำหนดไว้ด้วย

โครงสร้างตัวเครื่องบิน 70% ทำมาจากวัสดุผสมชั้นสูงถึง 53% ประกอบด้วยไทเทเนียมและอะลูมิเนียมหล่อผสมที่ล้ำสมัย ทนทานต่อการสึกกร่อน ทำให้การซ่อมบำรุงง่ายขึ้น ปีกก็มีพื้นที่กว้างมากกว่าสนามเทนนิส 2 สนาม
ห้องโดยสารกว้าง 221 นิ้ว กว้างกว่าเครื่องบินโบอิ้ง 787 ถึง 6 นิ้ว การจัดแบ่งที่นั่งโดยสาร เบื้องต้นแบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยสาร
การบินไทยมีแผนที่จะนำเครื่องรุ่นนี้มาจัดสรรเป็นที่นั่งชั้น "รอยัล ซิลก์ คลาส"(Royal Silk Class) หรือที่นั่งผู้โดยสารชั้นธุรกิจจำนวน 32 ที่นั่ง ออกแบบพิเศษมีความกว้างมากถึง 21 นิ้ว ปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา
การเดินเข้า-ออกจากที่นั่งสามารถทำได้อย่างเป็นอิสระ ไม่รบกวน ผู้โดยสารในที่นั่งติดกัน
ทุกที่นั่งติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 16 นิ้ว พร้อมระบบสาระบันเทิงอย่างครบครัน สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ Wi-Fi อุปกรณ์สื่อสาร และปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
ส่วนที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) 289 ที่นั่ง มีระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง 32 นิ้ว แต่ละที่นั่งกว้าง 18 นิ้ว ติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 11 นิ้ว สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ Wi-Fi อุปกรณ์สื่อสาร และปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
ไฟแสงสว่างเป็นแบบแอลอีดี สร้างเฉดสีได้ถึง 16.7 ล้าน เฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศลักษณะเฉพาะของแต่ละสายการบิน เช่น การบินไทยสามารถเลือกใช้แสงสีม่วงเพื่อปรับเปลี่ยนสีภายในห้องโดยสารให้เป็นรูปแบบเฉพาะ
สามารถจำลองแสงให้เหมือนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางแสงรูปแบบใหม่ ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดจากภาวะ "เจ็ตแล็ก"
ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่สามารถเก็บกระเป๋าลากได้มากกว่า 1 ใบต่อผู้โดยสาร ระบบปรับอากาศมีการถ่ายเททุกๆ 2-3 นาที

ความกดอากาศในห้องโดยสารที่ปรับไว้ให้เท่ากับความสูงที่ต่ำลงมา ที่ระดับ 6,000 ฟุต ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
ความทันสมัยสะดวกสบายและประหยัดน้ำมันของเครื่องบินรุ่นนี้ จะตอบโจทย์แผนด้านการตลาดของการบินไทยมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูกัน