วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เวลา 00:59 น.
อุณหภูมิการเมืองช่วงปลายฝนต้นหนาวปรับตัวลดลงตามสภาพอากาศ
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ปรับเปลี่ยนลุกส์การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนใหม่ จากเดิมที่เคยตอบคำถามทุกเรื่อง
แต่จากนี้ไปจะพูดเฉพาะเรื่องสำคัญๆ ไม่สำคัญก็จะไม่พูด เนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้งเพราะความขัดแย้งตอนนี้มีเยอะแล้ว
ซึ่งตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนพูดจริงทำจริง
ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป คนนิสัยช่างพูดช่างจำนรรจาอย่างพล.อ.ประยุทธ์ จะสั่งรูดซิปปากตัวเองได้นานแค่ไหน
ขณะที่สภาพการณ์โดยรวมของรัฐบาลคสช.หลังเริ่มต้นโรดแม็ปเฟส 2 โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญของ ทีมงาน กรธ. ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นั่งเป็นประธาน ค่อนข้างจะราบรื่น ไม่มีกระแสต่อต้านมากนัก
นั่นอาจเป็นเพราะนายมีชัยประกาศออกตัวตั้งแต่แรกว่า การร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.จะยึดตามกรอบมาตรา 35 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เป็นหลัก
หรือไม่ก็เป็นเพราะการยกร่างยังอยู่ในประเด็นเรียบๆ ในหมวดสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ยังอีกพักใหญ่กว่าจะไปถึงปมร้อนอย่างเรื่องที่มานายกฯ ส.ส.-ส.ว.
รวมถึงกรณีคณะกรรมการยุทธ ศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ หรือคปป. ผลงานชิ้นโบดำของอดีตกมธ.ยกร่างฯ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จะถูกยกนำมาใส่ไว้ด้วยหรือไม่
สรุปว่ากระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในช่วงขี่ม้าเลียบค่าย ยังไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นตกใจ
ห้วงเวลาที่ต้องจับตาเฝ้าระวัง เพราะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ น่าจะอยู่ในราวเดือนม.ค.ปีหน้าที่กรธ.จะเริ่มเปิดให้เห็นโฉมร่างแรก ต่อเนื่องไปจนถึงร่างสุดท้ายในเดือนเม.ย.
ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกเสียงประชามติต่อไป
จากเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเชื่อมต่อถึงเรื่องการปฏิรูป ที่มีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้ามารับไม้ต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ถูกยุบทิ้งไป
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 นอกจากกำหนดกรอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไว้ในมาตรา 35 จำนวน 10 วงเล็บ ยังกำหนดกรอบการปฏิรูปไว้ด้วยเช่นกัน ในมาตรา 27 จำนวน 11 วงเล็บ
ครอบคลุมด้านต่างๆ ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคมและอื่นๆ
ทั้งนี้ เพื่อให้การปกครองมีความเหมาะสมกับสังคมไทย มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ ขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม
และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ภายใต้กรอบมาตรา 35 และมาตรา 27 ประชาชนในสังคมมีความคิดเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งมองว่าคือธงที่ปักไว้ตั้งแต่แรกเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูป เดินไปในทิศทางตามที่กลุ่มผู้มีอำนาจขณะนี้ต้องการ ซึ่งบางเรื่องก็ดี บางเรื่องก็ถูกมองว่ามีเจตนาทางการเมืองแอบแฝง
อย่างเช่นการให้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีกลไกตัดสิทธิผู้เคยถูกศาลตัดสินในคดีทุจริต หรือเคยกระทำการให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองตลอดชีวิต
ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่า คสช.มีเจตนาดี ต้องการให้ประเทศไทยมีกติกาสูงสุดที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ทำให้การเมืองใสสะอาดบริสุทธิ์
รวมถึงการปฏิรูปขจัดปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมที่มีมานานกว่า 10 ปี สร้างกลไกใหม่ขึ้นมาเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ
เป็นการบ้านที่ คสช.มอบหมายให้กรธ.และสปท.รับไปทำให้สำเร็จตามกรอบโรดแม็ปเฟส 2 ที่จะไปจบลงด้วยการเลือกตั้งในอีกราว 20 เดือนข้างหน้า
แต่ถึงอย่างไรคสช.ย่อมหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปไปไม่พ้น รวมถึงการสร้างความปรองดองยุติความขัดแข้งของคนในชาติ
ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในแม่น้ำ 5 สาย คสช.ไม่เพียงต้องหลีกเลี่ยงการพูดหรือกระทำใดๆ ที่อาจถูกมองเป็นการชี้นำการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูป แต่ยังต้องบำเพ็ญตนให้เป็นตัวอย่างแก่สมาชิกแม่น้ำทั้ง 5 สาย
โดยเฉพาะการนำพาประเทศเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
อย่างที่สังคมกำลังเฝ้าดูอยู่ในตอนนี้ก็คือคดีรับจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กำลังตกเป็นฝ่ายถูกรุกไล่อุตลุด ตั้งแต่การถูกถอดถอน ตามมาด้วยการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
และล่าสุดคือการเตรียมใช้คำสั่งทางปกครองผ่านรมว.คลัง ให้ต้องชำระค่าเสียหายในโครงการกว่า 5 แสนล้านบาท ทั้งที่คดีอาญายังไม่ทันเริ่มพิจารณาในชั้นศาลเสียด้วยซ้ำ
ตรงกันข้ามคดีความอื่นๆ ของพรรค การเมืองที่ไม่ใช่เพื่อไทย กลับถูกปฏิบัติแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อ้างว่าป.ป.ช. ยังไม่ส่งเรื่องมายังรัฐบาล ทั้งที่เป็นคดีเกิดก่อนจำนำข้าวเสียด้วยซ้ำไป
สิ่งที่รัฐบาลและคสช.ต้องระมัด ระวังในกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่ได้อยู่ตรงแถลงการณ์ 6 ข้อของพรรคเพื่อไทยที่พยายามจะปกป้องอดีตนายกฯ และโครงการจำนำข้าว
แต่อยู่ที่ประชาชนและชาวนาที่เคยได้รับประโยชน์จากโครงการจำนำข้าวมีความรู้สึกต่อเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร
การสั่งห้ามน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ให้ไปร่วมงานบุญทอดผ้าป่าที่ จ.อุดรธานี การส่งเจ้าหน้าที่ทหารคอยตามประกบถ่ายรูปทุกฝีก้าว แม้แต่ตอนจะเดินเข้าห้องน้ำ
นอกจากไม่ช่วยให้คนทำดูดี ยังก่อให้เกิดกระแสตีกลับไปเพิ่มคะแนนสงสารให้น.ส. ยิ่งลักษณ์อีกต่างหาก
เชื่อกันว่างานนี้เป็นทหารใต้บังคับบัญชาดำเนินการกันเอง พล.อ.ประยุทธ์และแกนนำคสช.ไม่ได้มีส่วนร่วมรู้เห็น
ล่าสุดมีความพยายามสร้างกระแสในสังคมออนไลน์ นัดแนะกันใส่เสื้อแดงวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. เป็นสัญลักษณ์ให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องรอดูว่าจะจุดติดมากน้อยขนาดไหน
แต่เบื้องต้นถือได้ว่าเป็นสัญญาณชี้ให้เห็น 1 ปี 5 เดือนที่ผ่านมา การสร้างความปรองดองนอกจากไม่เดินไปข้างหน้า ยังถูกฉุดดึงให้ถอยหลังกลับไปอีกก้าวใหญ่
บนเส้นทางยุติธรรมสองมาตรฐานเดิมๆ
