
ภาพจาก Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ภาพจาก รัฐบาลไทย
ส่วนในตอนนี้ เรากำลังทำงานในระดับที่ 3 ซึ่งคำว่าระยะที่ 3 กับ ระดับที่ 3 นั้นต่างกัน โดยระยะที่ 3 เป็นคำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นผู้กำหนด เป็นเงื่อนไขที่ผู้แพร่เชื้อแพร่กระจาย ระหว่างคนที่ 2 กับคนที่ 3 ต่อ ๆ ไป และวันนี้ประเทศไทยยังควบคุมได้พอสมควร ทว่าสักวันหนึ่ง ก็ต้องไปถึงระยะที่ 3 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ ตนจึงได้เตรียมมาตรการระดับที่ 4 สำหรับการรองรับการยกระดับเป็นระยะที่ 3 ด้วย ส่วนมาตรการระดับที่ 3 ได้ออกมาเป็นมาตรการแล้ว ต้องรอดูต่อไปว่าจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับการสั่งการในวันนี้ ให้มีการเตรียมการเรื่องสถานที่ทั้งเตียงและสถานที่ปัจจุบัน สถานที่ที่อาจจะใช้คือ โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลเอกชน และบางโรงพยาบาล ส่วนโรงแรมก็จะใช้เป็นสถานที่กักตัวมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมการล่วงหน้า เพราะเมื่อถึงเวลายกระดับเป็นการแพร่ระบาดระยะที่ 3 มันจะยุ่งกันใหญ่ อาจจะมีการปิดประเทศได้
โดยการปิดประเทศนั้น คือการปิดซีล หมายถึง คนเข้า-ออกไม่ได้ รถยนต์ต่าง ๆ ก็เข้าไม่ได้ เหมือนที่เมืองอู่ฮั่นเคยทำ ซึ่งเราคงยังไม่ทำถึงขนาดนั้น เพราะถ้าปิดจริง ๆ เราจะอยู่กันไหวเหรอ สถานการณ์ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น อีกทั้งการปิดประเทศ เราจะทำตามใจใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ซึ่งตนก็กล้าทำเมื่อถึงเวลา วันนั้นอาจจะไม่เจอกันนะ ถ้าปิดประเทศ
แต่ถ้าปิดประเทศกันจริง ก็ต้องมาดูว่าอาหารการกินจะอยู่กันอย่างไร ก็ต้องเตรียมมาตรการอีก ส่วนที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือมาตรการเข้มข้น ไม่ได้เรียกว่าปิด เพียงแค่สกัดกั้นคนเข้า-ออก ตรวจตราท่าเรือต่าง ๆ ถือเป็นมาตรการระดับ 3 อยู่แล้ว
ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของความขัดแย้งที่มีกระแสข่าวออกมา ตนเช็กดูยังไม่เห็นมี มีเพียงต่อคนพูดตามโซเชียล ตนก็เรียกทุกคนมาคุย สอบถามว่ามีปัญหากันหรือไม่ ซึ่งก็ไม่มีใครบอกว่ามีปัญหา ยอมรับว่า ตนก็เหนื่อยเหมือนกันที่ทุกคนเข้าหาได้ทุก ๆ ช่องทาง อีกทั้งตนไม่ได้ไปเล่นโซเชียลอย่างเดียว ไม่รู้ว่าใครเอาไปเขียนโซเชียลก็คัดกรองมาให้ แต่ละวันตนก็มีงานหลากหลาย ไม่ได้มีแต่เรื่องโคโรนาไวรัสเพียงอย่างเดียว