วันที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 00:59 น.
บทบรรณาธิการ
คณะผู้แทนรัฐบาลไทยเพิ่งเดินทางไปสำนักงานใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์กอีกครั้ง เพื่อชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองในไทย
วาระครั้งนี้มีขึ้นหลังจากไทยเพิ่งพ่ายแพ้ในการคัดเลือกสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และยินดีกับประเทศคาซัคสถานที่ชนะไปได้
ทั้งมีขึ้นหลังการจับกุมนักศึกษา นักกิจกรรมและผู้นำแรงงานที่รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการประชามติเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม
การไปเยือนยูเอ็นครั้งนี้แม้จะเป็นการพบปะที่เหมือนธรรมดา แต่ถือเป็นภารกิจที่ยากยิ่ง
การไปพบผู้แทนยูเอ็น ในระดับรองเลขาธิการ กลายเป็นเรื่องยากยิ่ง เพราะวิธีปฏิบัติในการลงประชามติที่ไม่ได้เปิดกว้างสำหรับการแสดงออกนั้นหาได้ยากยิ่งในระดับสากล ซึ่งโดยปกติแล้วประชามติมาควบคู่กับประชาธิปไตย
คำยืนกรานว่า ประชามติจะมีขึ้นอย่างแน่นอนในปีนี้ คงไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับว่าประชาชนมีส่วนร่วมในประชามติครั้งนี้อย่างไร
คล้ายกับการประเมินผลในภาคการผลิตว่า สินค้าจะดีเลิศได้คุณภาพ ต้องมาจากการผลิตที่เป็นธรรม ไม่กดขี่หรือเอารัดเอาเปรียบแรงงานด้วย
จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจว่าโลกในยุคปัจจุบันนี้ไม่ได้มองเพียงผล หรือสิ่งที่ฉาบอยู่ภายนอกเท่านั้น
คํากล่าวว่า การไปชี้แจงครั้งนี้ยูเอ็นให้เกียรติและยินดีที่ได้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย คล้ายจะเป็นเรื่องที่ดี หากการรับฟังและความเข้าใจเป็นเรื่องเดียวกันได้ แต่โดยปกตินั้นไม่ใช่
ความเข้าใจคือการประมวลผลจากเหตุการณ์ ต่างๆ ที่ยูเอ็นเฝ้าติดตามมาตลอด
หลังจากที่คณะผู้แทนไทยเดินทางไปชี้แจงกับยูเอ็นแล้วว่ามีความจำเป็นต้องรักษากฎหมายเพื่อความสงบเรียบร้อย ก็มีการตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยว่าด้วยประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในทุกจังหวัดและอำเภอตามมา เพื่อป้องกัน ระงับ ยับยั้งเหตุที่จะนำไปสู่ความไม่สงบ
นี่คงเป็นอีกเรื่องที่จะทำให้ยูเอ็นเข้าใจได้ว่า อะไรเป็นอะไร