-----------------------
CopyAMP code CopyPlease update your ads.txt file with MGID lines. mgid.com, 498477, DIRECT, d4c29acad76ce94f
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ส.ค. 2558 06:30

ปัดกดดันกมธ.ล็อกที่มาส.ว.โชว์ใส่ของขลังน้ำตาพระศิวะ‘เทือก’ย้ำอีกต้องปฏิรูปก่อน
“บิ๊กตู่” ยินดีต้อนรับทูตมะกันคนใหม่ ชี้เป็นสัญญาณบวกหวังจะเข้าใจกัน แจงยูเอ็นยังยึดโรดแม็ปอยู่ โอ่นักลงทุนสหรัฐฯไม่รังเกียจ หึ่งฉุน “หม่อมอุ๋ย” ร่อน จม.แทงหลัง ปัดบีบชุดยกร่างฯล็อกสเปกให้มีแต่ ส.ว.สรรหา “วิษณุ” ล่าต้นตอปูด คสช.ล้วงลูก “เสธ.อู้” โต้ข่าวถกคุณสมบัติ “ปู” กมธ.ยกร่างฯดาหน้าโต้ไม่มีการกดดัน “ทิดเทือก” ย้ำต้องปิดจ๊อบปฏิรูปให้จบก่อน อย่าให้การเมืองย้อนไปยุคเดิม นายกฯปัดกลั่นแกล้งตัดงบฯภาษีบาป แค่ตรวจสอบให้โปร่งใส “อุ๋ย” โวยมีพวกแปลงสาร สปช.ชูทางออกวิน-วินทุกฝ่าย พท.จี้คืนประชาธิปไตยดึง ศก. “วิษณุ” ฟ้องแพ่งจำนำข้าวแน่
จากแรงกดดันของกลุ่ม กปปส.และเครือข่าย ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จนลามไปถึงการเรียกร้องให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุดมีการปล่อยข่าวอีกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาแทรกแซงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้บัญญัติที่มาของ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดนั้น
“บิ๊กตู่” แจงยูเอ็นยังยึดโรดแม็ป
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คณะเอกอัครราชทูต 17 ประเทศ ผู้แทนถาวรประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากนั้นคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อหารือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนในประเทศไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยว่า คณะเอกอัครราชทูตฯ มาเยี่ยมพูดคุยแลกเปลี่ยนด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาของยูเอ็นเกี่ยวกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งตนได้แสดงความคิดเห็นไปมากมายว่าจะทำอย่างไรให้โลกใบนี้สงบลงได้ จึงเสนอให้ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตนยังพูดถึงเรื่องการเมืองบ้านเรา ยืนยันในเจตนารมณ์เดินตามโรดแม็ป และในฐานะรัฐบาลไม่สามารถเทไปข้างหนึ่งข้างใดมาก วันข้างหน้าเราก็ต้องคบกันอีก แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา
โอ่นักลงทุนสหรัฐฯไม่ได้รังเกียจ
นายกฯกล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ 50-60 บริษัทที่มาพบ ไม่ได้ห่วงอะไร เรื่องการเมืองเขามั่นใจ ก็เชิญมาลงทุน เขาพูดกับตนมาตั้งแต่หลังรัฐประหารแล้ว ว่าไม่ได้รังเกียจอะไรเขาให้เกียรติ และมาพบเพื่อยืนยันจะร่วมลงทุน ก็บอกไปว่ากับสหรัฐฯเป็นมิตรกันมายาวนาน 180 ปี ฉะนั้นยังไงเราก็ต้องเป็นมิตรกัน จะย้ายประเทศหนีกันไม่ได้ ถ้าไม่ชอบตนก็ให้ลืมๆไป เมื่อถามว่าได้สอบถามการเดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถาม ซึ่งเขาติดตามอยู่
ยินดีต้อนรับทูตมะกันคนใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีวุฒิสภาสหรัฐฯมีมติแต่งตั้งนายเกล็น ทาว์นเซนด์ เดวี่ส์ เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนใหม่ว่า ยินดี อยากให้รีบมาเร็วๆ ให้มาพบตนก่อนจะได้คุยทำความเข้าใจกัน ถ้าไปฟังที่อื่นมาไม่ฟังตนเลย ก็จะไม่เข้าใจกันตั้งแต่ต้น เมื่อถามว่าเป็นสัญญาณทางบวกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ใช่ เป็นสัญญาณบวก เพราะเราไม่ใช่ศัตรู การเมืองก็คือการเมือง ประชาธิปไตยคือประชาธิปไตย คนมันต้องกินต้องอยู่ ธุรกิจมากมายกี่แสนล้านที่ต้องลงทุนกัน เขาทิ้งไม่ได้อยู่แล้ว ตนไม่ได้ไปทำลายความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐฯ แต่เห็นใจสหรัฐฯเพราะเป็นประเทศแกนนำประชาธิปไตย ก็ต้องพูดแบบนั้น จะไปว่าอะไรเขาได้เพราะตนมาอย่างนี้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าตนทำอะไรที่สร้างสรรค์บ้าง ไม่ได้ไปทำลายอะไร มีแต่บังคับใช้กฎหมายให้มันทำได้ ยืนยันพร้อมจะดูแลถ้ามาลงทุน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ไปสู่รัฐบาลใหม่ด้วยซ้ำ เราจะได้เลิกทะเลาะกันเสียที มีรายได้เข้าประเทศ ไม่ต้องไปรอการส่งออกที่ขึ้นๆลงๆ การเกษตรที่มันแย่ๆอยู่อย่างนี้
ปัดกดดันยกร่างฯล็อก ส.ว.สรรหา
นายกฯยังกล่าวถึงกระแสข่าว กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญระบุถูก คสช.กดดันการทำงาน ให้ปรับแก้ที่มา ส.ว.ให้มาจากการสรรหาทั้งหมด ว่า ยืนยันว่าไม่มีกดดัน เป็นเรื่องการอ้างกันไปมา บอกไปแล้วว่าอะไรที่ไม่ได้ออกจากปากตน ก็เป็นเรื่องของพวกท่านก็ว่ากันไป ไม่อยากให้ขัดแย้ง ถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญดีมีความเหมาะสมกับสถานการณ์วันนี้ เห็นว่าสมควรผ่านก็ผ่านไป เพราะต้องไปทำประชามติอีก ส่วนจะผ่านหรือไม่ยังไม่ทราบ อย่าไปมองว่าจะต้องผ่านเร็วหรือช้า หรือผ่านเร็วเพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง แต่มีหลายคนบอกว่ายังไม่อยากให้เลือกตั้ง ขณะที่หลายคนบอกว่าที่ช้าเพราะอยากอยู่ในตำแหน่งต่อ กลายเป็น 2 พวกขึ้นมาอีก ไม่อยากให้ทะเลาะแบ่งเป็น 2 พวกอีก ช่วงนี้ต้องเตรียมการเพื่อลงประชามติ ถ้ายังโต้เถียงกันอยู่จะขาดความน่าเชื่อถือ ขอร้องไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะอย่างไรตนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว




โชว์ของขลัง “น้ำตาพระศิวะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เสร็จกำลังจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นและสอบถามถึงสร้อยข้อมือที่นายกฯใส่ไว้ที่ข้อมือขวา ลักษณะเป็นลูกประคำสีน้ำตาลเข้ม หรือที่เรียกว่า “น้ำตาพระศิวะ” พล.อ.ประยุทธ์จึงเดินกลับมาหากลุ่มผู้สื่อข่าวและกล่าวว่า “ไม่รู้อะไรล่ะ เอาไปดูไป” พร้อมกับถอดสร้อยข้อมือส่งให้ดู เมื่อถามว่าพระวัดไหนให้มา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เจ้าพระคุณที่ไปทำบุญที่ประเทศอินเดียให้มา สื่อไม่รู้เรื่องทางพระกันเลยหรือไง “แล้วไม่ต้องไปเขียนนะว่าฉันใส่แหวน ใส่อะไร” ผู้สื่อข่าวจึงถามว่านายกฯชอบของขลังใช่ไหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มันอยู่ที่ความดี อันนี้ใส่เป็นกำลังใจให้ตัวเอง ซึ่งตนมีทุกวันอยู่แล้ว ท่านบอกว่าฝากมาให้นายกฯใส่ ใส่ซองส่งไปรษณีย์มาให้ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพิ่งได้เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ก็ใส่หน่อย” เมื่อผู้สื่อข่าวซักว่าใส่แล้วจะทำให้อยู่ยาวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ ใส่แล้วปลอดภัย แคล้วคลาด เมื่อถามย้ำว่าใส่แล้วอยู่ต่ออีก 3 ปีหรือเปล่า นายกฯกล่าวแค่ว่า “โธ่” พร้อมกับเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
อย่าห่วงไม่วางเกมต่อท่ออำนาจ
ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่าไม่อยากให้ทุกคนกังวลกับคำว่า คสช. รัฐบาล อยากอยู่ต่อ ต่อท่ออำนาจ ตนไม่มีความอยากตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว อยากจะเรียนซ้ำอีกครั้ง ให้ช่วยกันคิดว่าการที่เราอยากจะมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนนั้น ควรต้องช่วยกันอย่างไร ทำอย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับถาวรควรเป็นอย่างไร ไม่มีใครอยากให้ประชาชนเดือดร้อนหรืออยากให้เศรษฐกิจตกต่ำ เราพยายามทุกอย่าง ทำงานด้วยความตั้งใจจริง ถ้าเราคิดหรือทำ แก้ปัญหาแบบเดิมๆ วันนี้ประเทศชาติอันตราย หรือไม่ก็ต้องทำตามแรงกดดันของหลายฝ่าย ซึ่งทำให้ทุกอย่างเกิดความไม่มั่นคง ไม่มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน
ถามใจประชาชนอยากปฏิรูปไหม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เรื่องรัฐธรรมนูญวันนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว และที่ได้แก้ไขแล้ว ขอให้ทุกคนไปพิจารณาเนื้อหาด้วย ความมีเสถียรภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบเช่นประเทศตะวันตกนั้น จะทำให้ประเทศของเราปลอดภัยหรือไม่ในขณะนี้ เพราะบางอย่างเรามีความแตกต่าง อยู่ ดังนั้นห้วงปฏิรูปในระยะต่อไป เราควรมีรัฐบาลอย่างไร จะมาจากนักการเมืองเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ เหมือนแต่ก่อนหรือไม่ หรือจะเป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือมากขึ้น ล้วนแล้วแต่อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ลองหาคำตอบจากบรรดา นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ว่ามีความคิดเรื่องการปฏิรูปอย่างไรให้เกิดความชัดเจน เพราะว่าท่านต้องกลับมาอยู่แล้ว หากยังต่อต้านไปทุกเรื่อง พยายามจะกลับไปที่เก่า รัฐบาลนี้ก็ทำทุกอย่างให้ก้าวหน้าไปไม่ได้ เราต้องทำให้ประชาชนมีความไว้เนื้อเชื่อใจกับพวกเราทั้งหมด ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลต่อไป
“วิษณุ” ล่าต้นตอปูด คสช.แทรก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว คสช. แทรกแซง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า อ่านข่าวแล้ว แต่ไม่ทราบความเป็นจริงคืออะไร ยืนยันว่ารัฐบาลส่งเอกสารไปอย่างไรคืออย่างนั้น เรื่องนี้ตนไม่รู้เรื่อง จึงไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่กำลังสืบสาวราวเรื่องอยู่ กำลัง สอบถามพรรคพวกอยู่ว่ามันเป็นมาอย่างไร คงไม่ ถึงขนาดตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯ คนที่พูดอาจมีข้อมูลมากกว่า แต่พูดจริงหรือไม่ ยังไม่รู้ และเราไม่รู้เลยว่าเขากำลังพูดถึง สปช. 200 คน หรือ กมธ.ยกร่างฯ 36 คน แต่อีกหน่อยอาจจะรู้
นายกฯฉุน “อุ๋ย” ร่อน จม.แทงหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีกระแสข่าวแพร่สะพัดตามสื่อ ว่ามีจดหมายเขียนด้วยลายมือและลงชื่อของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แสดงความไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล ปรากฏว่าทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่พอใจอย่างมาก โดยสั่งให้ทีมงานลบจดหมายดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆทั้งหมด นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเปรยกับทีมงานว่า “ทำไมชอบใช้วิธีแบบนี้ เวลาที่จะไป” อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เคยมีข่าวในเรื่องของคลิปเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่านายกฯไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ท่ามกลางมีกระแสข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธรและรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ อาจจะถูกปรับออกจาก ครม.ยกชุด
กมธ.ยกร่างฯเร่งสปีดประเด็นร้อน
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ไขบันทึกเจตนารมณ์เป็นรายมาตรา ในภาค 2 ผู้นำการเมืองและสถาบันการเมือง หมวด 6 ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน ทั้งนี้ในวันที่ 10-11 ส.ค. กมธ.ยกร่างฯจะนำประเด็นที่ค้างการพิจารณาและประเด็นที่มีการเรียกร้องให้ปรับแก้ไขมาทบทวนอีกครั้ง อาทิ ประเด็นที่มาของ ส.ว. สัดส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง รวมถึงประเด็นการจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ
“เสธ.อู้” โต้ข่าวถกคุณสมบัติ “ปู”
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวปฏิเสธถึงกระแสข่าว กมธ.ยกร่างฯหารือประเด็นคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีถูก สนช.ถอดถอนออกจากตำแหน่ง ว่า ไม่เป็นความจริง มาตราที่ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามของบุคคลในการใช้สิทธิลงสมัคร ส.ส. คือมาตรา 108 (15) นั้น ยังกำหนดไว้เหมือนเดิมทุกประการ โดยหลักการเดิมนั้นกำหนดว่า ผู้ที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งใน 4 ฐานความผิด จะถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ซึ่งยังคงเจตนารมณ์ตามเดิมที่ กมธ.ยกร่างฯเคยประชุมนอกสถานที่ที่พัทยา จ.ชลบุรี ดังนั้นยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯไม่เคยมีการหารือใหม่ในระหว่างการพิจารณาทบทวนบันทึกเจตนารมณ์เป็นรายมาตรา หรือหยิบยกตัวบุคคลขึ้นมาหารือ
ยันไร้ คสช.กดดันปมที่มา ส.ว.
น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ได้เกิดความรู้สึกกดดันหรืออึดอัดในการทำงาน เพราะการพิจารณาไม่ว่าจะเป็นมาตราใดได้พิจารณาตามที่ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมเสนอเข้ามา โดยประเด็นที่มาของ ส.ว. เราได้ปรับแก้ไขตามคำขอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอให้ที่มาของ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 77 คน และมาจากการสรรหา จำนวน 123 คน เข้าใจว่าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว จึงมีประเด็นต่างๆออกมามาก ซึ่งเราพร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย แต่ต้องฟังอย่างมีสติด้วยความรอบคอบ แต่การพูดอะไรของ สปช. ก็ต้องมีเหตุผล
“ไพบูลย์” ไม่เห็นมีใครบ่นอึดอัด
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า เท่าที่หารือกับ กมธ.ยกร่างฯ ไม่เห็นมีใครรู้สึกอึดอัดกับการปรับแก้ไขประเด็นที่มา ส.ว. กับข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นความเห็นส่วนตัวของ กมธ.ยกร่างฯบางคนเท่านั้น โดยประเด็นที่มา ส.ว.จะนำมาพิจารณาทบทวนในวันที่ 10 ส.ค. เบื้องต้นเท่าที่รับฟังจากหลายภาคส่วน กมธ.ยกร่างฯจึงวางแนวทางพิจารณาทบทวนไว้ 3 แนวทาง คือ 1.คงหลักการเดิมให้มี ส.ว.เลือกตั้ง 77 คน และ ส.ว.สรรหา 123 คน หรือไม่ 2.ประเภทของ ส.ว.สรรหาทั้ง 4 กลุ่มที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ มีความหลากหลายเกินไปหรือไม่ และ 3.รูปแบบที่มาของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 4 กลุ่ม มีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะต้องได้ข้อยุติแน่นอน
“บุญเลิศ” จี้พูดให้ชัดปฏิรูป 2 ปียังไง
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ สปช. 22 คน เข้าชื่อเสนอให้ สปช.พิจารณาประเด็นคำถามประชามติให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 2 ปี ว่า อยากให้นายไพบูลย์และคณะ อธิบายให้สังคมเห็นชัดเจนก่อนว่าทำไมถึงต้อง 2 ปี และห้วงระยะเวลา 2 ปีนี้ รัฐบาล สนช. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะทำอะไร รวมทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะรับช่วงต่อจาก สปช. จะมาทำอะไร และประชาชนภาคส่วนต่างๆจะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร เพราะการพูดลอยๆแบบนี้มีผลให้คนเกิดความรู้สึกว่าทำไมช้าลง ต้องมานั่งรออีกตั้ง 2 ปี และมีภาคส่วนที่สำคัญอยู่ในอำนาจต่อไปอีก จึงอยากจะขอความชัดเจนด้วย
กกต.ชง ป.ป.ก.ปราบโกงเลือกตั้ง
ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมระดมความเห็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง (ป.ป.ก.) ซึ่งมีหน้าที่กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม วินิจฉัยทรัพย์สินผู้ต้องหา เสนอความเห็นเกี่ยวกับการโยกย้ายลงโทษทางวินัยต่อข้าราชการ พนักงานของรัฐ มีอำนาจตรวจค้นจับกุมผู้ทำการทุจริตเลือกตั้ง ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ปัดกลั่นแกล้งตัดงบฯภาษีบาป
อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงข้อเสนอของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของการคลังและงบประมาณว่าด้วยการใช้เงินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จากภาษีสุราและยาสูบ ว่า ทั้งไทยพีบีเอส และ สสส. ตนไม่คิดไปตัดงบประมาณเขา แค่ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ไปตรวจสอบความโปร่งใสข้างในตามปกติ แค่ทำให้ถูกต้อง ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งหรือเกลียดเป็นการส่วนตัว แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น วันก่อนกรมประชาสัมพันธ์มารายงานว่า จากที่ตนขอความร่วมมือทุกช่องทุกสถานี กรณีนำภาพภูเขาหัวโล้นไปออกอากาศ ทุกสถานีเขาทำหมด ยกเว้นไทยพีบีเอส ตนไม่ได้บังคับ ไปบังคับสื่อไม่ได้ ญาติผู้ใหญ่ทั้งนั้น
“อุ๋ย” ปัดชงตัดงบฯ สสส.-ไทยพีบีเอส
ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องตนเสนอให้ตัดงบฯ สสส.รวมถึงไทยพีบีเอส เข้าใจผิด ซึ่งชี้แจงเขาไปแล้ว เขาก็สบายใจ เพียงแต่ยืนยันว่าเงินเหล่านี้ ต้องควบคุม ขอให้การใช้จ่ายเงินทุกปีรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทราบด้วย แต่ดันมีคนไปแปลงเรื่องว่าจะให้ยกเลิกเอาเงินภาษีบาปมาใช้เลยเป็นเรื่องขึ้น เพียงแต่ต้องการให้ถูกต้องตามกฎหมาย กำหนดกฎระเบียบให้มันถูกต้อง ไม่ใช่ตนเป็นคนทำ เป็นเรื่องกระทรวงการคลัง เดี๋ยวจะไปเหมือนกับสมัยก่อนในประเด็นเงินสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ไม่มีการกำกับวิธีการใช้ เลยนำเงินไปใช้กันวุ่นวายไปหมด เรื่องนี้อยู่ที่กระทรวงการคลังจะไปว่ากันต่อ ทั้งไทยพีบีเอส สสส.ก็ใช้เงินนี้ได้อยู่แล้ว
สปช.ชูทางออกวิน-วินทุกฝ่าย
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ที่หลายฝ่ายเป็นกังวลเรื่องการตรวจสอบการใช้งบประมาณของไทยพีบีเอสและ สสส. จะมีเพียงผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเพียงองค์กรเดียวนั้น ส่วนตัวจะเสนอให้คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติเข้ามาตรวจสอบเพิ่มอีกหน่วยงานหนึ่ง พร้อมทั้งประเมินผลการทำงานของบอร์ดทั้ง 2 แห่ง ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ ควบคู่กับกลไกการใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ถือว่าเพียงพอแก่การตรวจสอบแล้ว คงไม่ต้องส่งเรื่องการเบิกจ่ายใช้เงินมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ เชื่อว่าทั้ง 2 องค์กรและผู้ที่ต้องการตรวจสอบน่าจะพอใจกับมาตรการนี้




“ทิดเทือก” ย้ำปิดจ๊อบปฏิรูปก่อน
วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ถึงข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ว่า ยืนยันว่าการปฏิรูปจำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อนจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องจัดเรียงปัญหาว่าต้องปฏิรูปอะไรก่อนหลัง เพราะหลายเรื่องหากเลือกตั้งไปแล้วมันปฏิรูปไม่ได้ เพราะคนที่มีอำนาจหลังการเลือกตั้งมีผลประโยชน์ในทางการเมืองของตัวเอง ทั้งสถานภาพทางอำนาจ ความเกรงใจในภาวะผูกพันกับผู้อื่นที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเข้าสู่อำนาจ ฉะนั้นการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงในสังคมหรือประเทศเกิดไม่ได้ในภาวะปกติ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีเงื่อนไขติดขัดมาก จึงต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง โดยเริ่มจากการปฏิรูปการเมืองเป็นลำดับแรก คือ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎ กติกา ที่ว่าด้วยการเมืองทั้งระบบให้เรียบร้อย การจะให้นัก การเมืองมาแก้ไขกติกาของตัวเอง มันทำไม่ได้ เละแน่
อย่าให้การเมืองย้อนสู่ยุคเดิม
แกนนำ กปปส.กล่าวอีกว่า ขอขีดเส้นใต้ว่าตนยังไม่ได้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ที่เขากำลังร่างกันอยู่ และไม่เกี่ยวกับเรื่องจะล้มหรือไม่ล้มร่างรัฐธรรมนูญที่เขากำลังพูดกันขณะนี้ แต่เราเรียกร้องว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังจะเขียนออกมาใช้ คนที่เขียนหรือคนที่ทำและเกี่ยวข้องต้องยึดถือเรื่องปฏิรูปการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ คือ ต้องแสดงให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นพ้องให้ได้ว่า รัฐธรรมนูญนี้เกิดการปฏิรูปการเมืองขึ้นแล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปฏิรูปการเมืองโดยมีกฎ กติกาที่กำหนดในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกทั้งหลาย เพื่อไม่ให้การเมืองกลับไปสู่ยุคเดิม แต่ถ้าเขียนมาแล้วไม่มีการปฏิรูปก็ถือว่าใช้ไม่ได้
ลั่นต้องทำพรรคเป็นของประชาชน
นายสุเทพกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมียุคไหนที่การเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอเรียกร้องว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเขียนให้ชัด ว่าพรรค การเมืองต้องมีประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกพรรคคัดคนที่มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ก่อนจะก้าวเข้าสู่อำนาจรัฐ โดยการเลือกตั้งที่สะอาดบริสุทธิ์ หากใครทุจริตเท่ากับทรยศต่อหลัก การประชาธิปไตย ต้องถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้แข่งขันอีกตลอดชีวิต เพราะเห็นมาแล้วว่าการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นช่องทางให้คนชั่วเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมือง สร้างความเสียหายมากมายถึงขั้นเรียกว่าล่มจมประเทศนี้ได้ ควรเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขก่อน
พท.จี้คืนประชาธิปไตยดึง ศก.
น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มตกต่ำลงเรื่อยๆ การส่งออกลดต่ำลง หากโดนสหรัฐฯและอียูใช้มาตรการแซงก์ชันเพิ่มอีกจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจทรุดต่ำลงกว่านี้ ดังนั้นหากไม่รีบกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว อ้างการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะปฏิรูปอะไร และไม่เห็นมีการปฏิรูปอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในปีกว่าที่ผ่านมา เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดลงเรื่อยๆ ประชาชนจะทนความลำบากกันไม่ไหว รัฐบาลควรที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดต่ำมากจนประชาชนเดือดร้อนเหมือน ที่สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นทำกันเช่นการออก
“ปึ้ง” แนะฟังเสียงสะท้อนต่างชาติ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลต้องทำเชิงรุก ไม่ใช่เดินตามปัญหาต้องทำไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทอ่อนตัว การส่งออกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อัตราการเจริญเติบโตของไทยด้อยกว่าหลายๆประเทศ จนสื่อต่างชาติอย่างสำนักข่าว Bloomberg เขียนวิจารณ์ถึงรัฐบาลทหารชุดนี้เอาไว้อยากให้รัฐบาลไปหาอ่านดู เพื่อจะได้รีบแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้เพราะความมั่นใจของต่างชาติที่มีต่อระบบเศรษฐกิจไทยกระทบแน่นอน ฝ่ายเสธฯของรัฐบาลต้องทำงานให้ทันเหตุการณ์เพราะต่างชาติรู้อะไรดีกว่าคนไทยในประเทศเสียอีก เราหลอกตัวเองได้แต่หลอกเขาไม่ได้ รัฐบาลจะทำงานแบบเช้าชามเย็นชามไม่ได้อีกแล้วจะเอาประเทศชาติเป็นของเล่นไม่ได้ในเมื่ออาสาเข้ามาแก้ปัญหาต้องทำให้ตลอดรอดฝั่ง
อัด ป.ป.ช.แก้ต่างคุณสมบัติ “ภักดี”
นายสุรพงษ์กล่าวว่า การชี้แจงของ ป.ป.ช.ต่อ สนช.เรื่องคุณสมบัติของนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.ที่บอกว่าตนเคยไปยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อศาลและศาลยกฟ้องไปแล้วนั้นความจริงคือศาลไม่รับฟ้องเพราะเห็นว่าไม่ใช่หน่วยงานวุฒิสภาที่มีหน้าที่ในการพิจารณา คุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช. และขณะนี้ตนได้ยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์แล้ว ส่วนที่ ป.ป.ช.ชี้แจงว่าเคยยื่นให้วุฒิสภาพิจารณาคุณสมบัตินายภักดีมาแล้วในอดีตนั้นเป็นกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เคยยื่นเรื่องการเป็นกรรมการของบริษัท ไทยฟาร์มาซูติคอล เด็กซ์โทรส จำกัด ทำให้ขาดคุณสมบัติกรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะไม่ได้ลาออกตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ต่างกับกรณีของตนที่ยื่นให้ตรวจสอบคุณสมบัติเนื่องจากไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท องค์การเภสัชกรรม เมอร์ริเออร์ ชีววัตถุ จำกัด ภายในระยะเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนดเป็นคนละบริษัทกัน
ค้าน “ไพบูลย์” แทรกคิวถามประชามติ
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอให้ใส่คำถามเรื่องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งลงในคำถามการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่าการถามแค่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็เรื่องใหญ่แล้ว ถ้าจะมาถามปลีกย่อยอะไรแบบนี้อีกจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งตนคิดว่าคำถามแบบนี้ไม่น่าจะผ่าน ครม.ด้วยซ้ำ ความจริงไม่ควรจะไปถามเรื่องอื่น ควรถามให้สั้นๆ กระชับว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่เท่านั้นก็พอ




“วิษณุ” เอาแน่ฟ้องแพ่งจำนำข้าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งรัดให้รัฐบาลเร่งฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ว่า เร่งกันอยู่แล้ว แต่พยานขอเลื่อนเวลาออกไปเลยต้องรอ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆอาจจะฟ้องโดยไม่ต้องฟังพยาน เพียงแต่เราต้องการให้ชัดเจนสมบูรณ์มีธรรมาภิบาล ไม่เช่นนั้นอาจจะมีการไปโต้แย้งทีหลังในเชิงคดีได้ อัยการแนะนำมาต้องยอมขยายเวลาให้อีก 7 วัน 15 วัน ส่วนเรื่องเงินวางศาลรัฐบาลไม่มีปัญหา และที่ผ่านมาก็ไม่ได้บอกว่าจะมีปัญหาเพียงแต่ต้องรอบคอบ เอาให้ชัดว่าจะเรียกเงินเท่าไหร่แน่ มันเกี่ยวกับเงินที่ไปวาง ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินและเงินนั้นไม่ได้ไปไหนสุดท้ายแล้วก็เอามาให้หลวง
บี้ สนช.สอบไม่ฟ้องคดี “เสี่ยอ้วน”
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก กรณีถอดนายธีระศักดิ์ แสนวรางกรู หรือเสี่ยอ้วน ที่มีหมายจับข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ขโมยข้าวที่ฝากในโกดังมาหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 98 ล้านบาท ออกจากที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. ว่าจากข่าวอ้างว่าคดีของเสี่ยอ้วนอัยการสั่งไม่ฟ้อง คิดว่ากมธ.ชุดนี้ควรต้องเรียกตรวจสอบรายละเอียดคดีนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการยุติธรรม เพราะข้าวหายจากโกดัง มีนั่งร้านซุกอยู่ในกองข้าว เจ้าหน้าที่แจ้งความ ตำรวจดำเนินคดีอย่างไรอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง มันสอดคล้องกับข้อมูลที่ตนเคยได้รับ ว่าคดีเหล่านี้ ถึงศาลน้อยมาก พวกทุจริตจึงไม่เกรงกลัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.คงต้องใช้อำนาจผ่าตัดกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น แค่เรื่องนั่งร้านในกองข้าวยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้เชื่อว่าสังคมยังไม่เคลียร์
ศาลสืบพยานโจทก์คดี “หญิงเป็ด”
ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายคัมภีร์ สมใจ ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเมื่อวันที่ 31 ต.ค.2546 จำเลยร่วมกันจัดสัมมนาที่ จ.น่าน ทั้งที่ไม่ได้มีการสัมมนากันจริง แต่เพื่อให้บุคคลที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนาไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สามารถเบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆได้ โจทก์นำนายสมชาย เจตชวลิต เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตเชี่ยวชาญคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายนพพร ขุนทะ พนักงานไต่สวนชำนาญการ ป.ป.ช. เบิกความสอดคล้องกัน สอบสวนพยานที่เป็นข้าราชการและพนักงานโรงแรมที่รู้เห็นการจัดสัมมนา มีบางปากให้การว่าการจัดสัมมนาไม่มีการจัดทำเอกสารประกอบการอบรม แม้การเบิกจ่ายเงินจะทำตามระเบียบกระทรวงการคลัง และ สตง. แต่การสัมมนาไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การใช้จ่ายบางส่วนจึงไม่สามารถเบิกได้ รวมทั้งการจัดสถานที่พักไม่ได้เป็นไปตามกำหนดการการสัมมนา ทั้งนี้ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปวันที่ 27 ส.ค.
หมอชนบทไล่บี้สอบวินัย “ณรงค์”
อีกเรื่อง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เซ็นคำสั่งให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงฯตามเดิม วันเดียวกันที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เพื่อทวงถามกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์ ปฏิบัติราชการส่อผิดวินัยร้ายแรง เพราะผลการสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูล แต่เมื่อผลสอบมีมูลกลับไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ทั้งนี้ ทางชมรมฯจะไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ด้วย และในสัปดาห์หน้าจะเริ่มส่งหนังสือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ต่อไป
สั่งจำคุก 30 ปีมือโพสต์หมิ่นสถาบัน
วันเดียวกันที่ศาลทหารกรุงเทพ ศาลทหารพิพากษาตัดสินจำคุก นายพงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง อายุ 48 ปี จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ที่ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Sam Parr” โพสต์ข้อความพร้อมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ทั้งหมด 6 ครั้ง ศาลสั่งจำคุกจำนวน 6 กรรม กรรมละ 10 ปี รวมทั้งหมด 60 ปี เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 30 ปี สำหรับนายพงษ์ศักดิ์ เป็นชาว จ.กาญจนบุรี มีอาชีพตัวแทนบริษัทนำเที่ยว เคยมีชื่อในคำสั่งเรียกบุคคลรายงานตัวของ คสช.ฉบับที่ 58/2557 แต่ไม่ได้ไปรายงานตัวตามกำหนด และเคยถูกดำเนินคดีฐานไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.มาแล้ว ซึ่งศาลทหารพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี
เครือข่ายสตรีจี้คลอด ก.ม.ยาสูบ
ที่รัฐสภา เครือข่ายสตรี 4 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิงเข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เพื่อขอให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่อยู่ในขั้นตอนพิจารณาปรับร่างกฎหมายในชั้นกฤษฎีกาให้เร็วที่สุดในรัฐบาลนี้ ขอให้ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ คงเนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายที่ภาคประชาชนนำเสนอไว้ 2 ข้อ คือ 1.ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ โรงงานยาสูบไทย และโรงงานยาเส้นที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ให้มีการเพิ่มข้อหาห้ามการโฆษณาทางอ้อม คือห้ามใช้สื่อการตลาด 2.เพิ่มมาตรการป้องกันการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
More ..
... ...
Loveu24 welcome all of you ขออนุญาตแนะนำเว็บแทงหวยหวยหุ้นต่างประเทศมากมายค่ะเว็บนี้จ่ายจริงไม่มีโกงแน่นอนค่ะ ฝากขั้นต่ำ👉20บาท ถอนขั้นต่ำ👉100บาท หวยไทย 3ตัวจ่ายบาทละ900 👉กดเลขเด็ดงวดนี้ สมัครฟรีค่ะ
Flag Counter

-----------------------------------------
CopyAMP code